อาการน่าเป็นห่วงขึ้นเรื่อยๆ นะครับสำหรับการ เล่นฟุตบอล ในครั้งนี้ ทางโมฮาเหม็ด ซาลาห์ล่าสุดยิงไม่ได้ 7 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้วในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาอันยาวนานมากที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาสวมเครื่องนุ่งห่มหงส์แดงเลยทีเดียว นอกจากนี้ใน 10 เกมล่าสุดที่ลงสนามทุกรายการก็ดันทำได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น

ย้ำอีกครั้งว่าทำได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ชัดเจนว่านาทีนี้กำลังฟอร์มตกอย่างจงหนักเมื่อสังเกตจากฟอร์มการ เล่นฟุตบอล บนฟลอร์หญ้าก็สามารถมองออกด้วยตาเปล่าว่า…ไม่เหมือนเดิมหลักฐานสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านมองเห็นภาพที่คมชัดเกิดขึ้นในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้

เล่นฟุตบอล

พี่แกมีโอกาสสับไกยิงแบบไม่ได้รับอนุญาตให้พลาด 2 ครั้ง หากเป็นซีซั่นที่แล้ว บอกได้เลยครับว่า ”ไส้แตก” แน่นอน หรืออย่างห่วยแตกที่สุดก็ควรยิงได้สัก 1 ประตู แต่กลับเอามันไปยัดลงโถส้วมที่กูดิสัน พาร์ค แล้วกดชักโครกทิ้งแบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

จากที่เคยฉีกคู่แข่งเหมือนฉีกกระดาษ ด้วยการเลี้ยงกินตัวคู่แข่งแบบเอนจอยรูปาก และจากที่ตะบันยิงอย่างไรก็พุ่งเข้าไปตุงตาข่าย กลายเป็นอาการติดๆ ขัดๆ อย่างไรพิกล

อะไรที่เคยทำได้อย่างราบรื่นก็ไม่ราบรื่นเหมือนเดิม จนนำมาซึ่งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาวเตะวัย 26 กะรัตผู้นี้ ???อืมมมมมม…นะก่อนอื่นขอนำทุกท่านย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากเลื้อยตูดตัวเองมาจากโรม่า มาใหม่ๆ ด้วยค่าตัวประมาณ 34 ล้านปอนด์

แรกทีเดียวคงไม่มีใครคาดคิดหรอกครับว่าดาวเตะอียิปต์ผู้นี้จะสถาปนาตัวเองเป็นดาวถล่มประตูตีนระดับพระกาฬผู้เดินทางมาขย่มพรีเมียร์ลีก

บัดดล! เหมือนใครเอาไฟไปจุดใส่ตีนของคุณพี่เขา ว่าแล้วกระหน่ำประตูแบบระห่ำโคตรโหดแบบไม่ปรานีใครไปทั้งหมดถึง 44 ดอก โดยแบ่งเป็นการยิงในพรีเมียร์ลีก 32 ประตู

พลางกระทืบสถิติของสุดยอดดาวยิงคนเก่าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ (31 ประตู) และ เฟร์นานโด ตอร์เรส (33 ประตู) จนสิ้นซาก ทั้งที่ไม่ใช่หัวหอกตัวเป้าผู้มีหน้าที่ถล่มตาข่ายโดยตรงซะด้วย

มิเท่านั้นยังอหังการถึงขั้นทำลายสถิติถล่ม 42 ประตูในฤดูกาลเดียวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตอนอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด อีกต่างหาก

ลงเล่น 52 นัด ยิง 44 ประตู ค่าเฉลี่ยคือ 0.84 ประตูต่อนัดเรียกว่าเป็น ”ปรากฏการณ์” เลยทีเดียว ส่วนแถวบ้านผมอุทานว่า ”บ้าไปแล้ว”

มันคือความยอดเยี่ยมนะครับ เพียงแต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลับกลายเป็นการสร้างมาตรฐานของตัวเองที่สูงจนเกินไปกว่าที่จะเอื้อมถึงอีกครั้งมันจึงนำมาซึ่งข้อเปรียบเทียบแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าของสมญา ”เดอะ ฟาโรห์” ถูกจับจ้องอย่างจงหนักว่าจะทำได้เหมือนกับฤดูกาลที่แล้วหรือใกล้เคียงกับของเดิมหรือเปล่า?

นี่แหละคือ…ความกดดัน ฤดูกาลนี้ โม ซาลาห์ เปิดตัวตอนต้นฤดูกาลแบบไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ 11 นัดแรกที่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในทุกรายการ ซัดไปแค่ 3 ประตูเท่านั้นเอง

…ว่าแล้วก็ถูกตราหน้าด้วยภาษาอังกฤษว่า ”One Season Wonder” คำนี้แปลงโวหารเป็นไทยประมาณว่า ”มหัศจรรย์ฤดูกาลเดียว”

เข้าใจไหมครับ สรุปว่ามึงไม่ได้เก่งจริงนี่หว่า คือมันเป็นแค่ความมหัศจรรย์ ด้วยจังหวะและเวลาที่ลงตัวทุกอย่างซะมากกว่า แต่ในระยะยาวกลับตกต่ำกว่ามาตรฐานเดิมอย่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวละ 3 บาท เพราะการสถาปนาตัวเองเป็นสุดยอดดาวถล่มประตูตัวจริง มันต้องดูกันยาวๆ ไม่ใช่ประเดี๋ยวประด๋าวแค่ฤดูกาลแรกเพียงฤดูกาลเดียว

ขณะเดียวกัน มันอาจเป็นการด่วนตัดสินไปหน่อยว่าเขาจัดเป็นผู้เล่นในประเภทนั้น เพราะหากย้อนกลับไปดูสถิติในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้หงส์แดง คุณจะพบว่า โม ซาลาห์ ก็ไม่ได้เปิดตัวด้วยความเร็วแรงแบบทะลุนรกและกะซวกทุกอย่างที่ขวางหน้า โดย 13 นัดแรก ทำได้ 6 ประตู

3 ประตูจาก 10 นัดแรก ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแฟนหงส์เองก็คงไม่ได้หวังสูงถึงขนาดต้องยิงได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมอยู่แล้ว เพราะมาตรฐานเดิมมันสูงลิบลิ่ว

แถมต้องไม่ลืมด้วยว่าเขากลับมาพร้อมอาการหลอนที่หัวไหล่ ซึ่ง เซร์คิโอ รามอส เป็นผู้มอบให้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกตามประวัติบอกว่าฟอร์มการถล่มตาข่ายของ โม ซาลาห์ จะมาติดเอาในช่วงกลางๆ ฤดูกาล

เช่นกันกับซีซั่นนี้ที่หลังจากเปิดตัวไม่ค่อยโสภาและสถาพรสักเท่าไหร่ ต่อเมื่อเครื่องติดแล้วก็เหมือนจะหยุดไม่อยู่แม้นจะทำได้เพียง 3 ประตูในช่วง 10 นัดแรก ทว่า 12 เกมต่อมา เขาก็ติดเครื่องจนกระทุ้งไปถึง 10 ประตูเลยทีเดียวเชียว

ช่วงนั้นแหละที่ทะยานขึ้นมาขับเคี่ยวกับ กุน อเกวโร่ และ แฮร์รี่ เคน ในทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกพลางเอาตีนลูบหน้าไอ้พวกที่บังอาจมาปรามาสว่าเป็น ”วัน ซีซั่น วันเดอร์” พร้อมฝากคำว่า ”พ่องงงงตาย”

ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการถล่มประตูอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม แถมฟอร์มการเล่นของหงส์แดงก็ร้อนแรงแบบสุดฤทธิ์สุดเดชกระทั่งเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่พลิกกลับมาเชือดคริสตัล พาเลซ 4-3หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาในการล่าตาข่ายอีกครั้ง

เพราะในอีก 10 นัดต่อมาดันคลำเป้าเจอแค่ครั้งเดียว…ซะอย่างนั้น!ซีซั่นปัจจุบันถึงตอนนี้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 39 นัด ยิงได้ 20 ประตู ค่าเฉลี่ยคือ 0.51 ประตู ต่อ 1 นัด

ตกจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 0.84 ประตู ต่อ 1 นัดไปเยอะเลย

ตำแหน่งประจำคือกองหน้าขวาในระบบ 4-3-3 สไตล์การเล่นอันเป็นจุดเด่นคือการลากตัดเข้าด้านในแล้วสับไกยิง ซึ่งเคยหวังผลได้สูงมาก พอมาซีซั่นนี้เขาจะถูกคู่ต่อสู้บีบให้ออกไปด้านกว้างมากขึ้นและพยายามลงมาซ้อนหลายๆ ชั้น เพื่อไม่ให้มีทั้งพื้นที่และเวลาในการสับไกง่ายๆ

บางนัดก็ต้องสวมบทศูนย์หน้าตัวเป้าในระบบ 4-2-3-1 แน่นอนว่าด้วยตำแหน่งการเล่นเอื้อให้มีโอกาสยิงมากขึ้น กระนั้นก็ถูกคู่แข่งรุมประกบติดแบบไม่ยอมให้กระดิกเช่นกัน

ไหนจะฟอร์มการเล่นที่ตกลงไป แล้วไหนคู่แข่งจะระมัดระวังมากขึ้น มันเลยยิ่งเป็นแรงบวกไปกันใหญ่

ในสถานการณ์นี้ที่กำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ กันอย่างเมามัน ขอบอกว่า ”หงส์แดง” ต้องการเครื่องจักรถล่มประตูคนเดิมกลับมาโดยด่วนนะครับ

อย่างไรก็ตาม

ในช่วงที่ดาวถล่มประตูตีนพระกาฬคนเดิมถูกเอเลี่ยนลักพาตัวไป ลิเวอร์พูลยังพอถูๆ ไถๆ เอาตัวรอดไปได้ในแต่ละนัด ประกอบกับมีนักเตะอีกคนของลิเวอร์พูลที่ระเบิดฟอร์มกระฉูดขึ้นมาพอดี

ซาดิโอ มาเน่ ครับ ซาดิโอ มาเน่

ฟอร์มการระเบิดตาข่ายของดาวเตะเซเนกัลผู้นี้กำลังร้อนแรงแบบเกินห้ามใจจริงๆ นะครับ

11 นัดล่าสุดในทุกรายการ พี่แกกระทุ้งไป 11 ดอก

เรียกว่าสามารถทดแทนกันได้แบบไม่เหลื่อมล้ำประหนึ่งควบควายธนูมากอบกู้ในสถานการณ์ที่บีบหัวใจแบบนี้พอดีเลย

เบื้องต้นจากการฟอร์มตกของ โม ซาลาห์ – ลิเวอร์พูลจึงไม่ถือว่าเสียหายสักเท่าไหร่ อย่างน้อยมีคนมายิงแทนในจังหวะที่ตัวเองปืนฝืดพอดี

ทีนี้ทางเว็บ ทางเข้าเกม holiday บอกว่าคิดดูนะครับว่าถ้าดาวเตะผู้ได้ชื่อว่าเป็น ”เจ้าชายแห่งอียิปต์” กลับคืนฟอร์มใกล้เคียงกับฤดูกาลที่แล้ว มันจะน่าสยดสยองขนาดไหน

คำถามคือแล้วเขาจะคืนฟอร์มทันเวลาหรือเปล่า ???อนึ่ง ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว โม ซาลาห์ ฟอร์มกระฉูด โดย 8 นัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ยิงได้ 8 ประตู

อันนี้ก็ไม่รู้สินะ – ที่แน่ๆ คือเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำการดร็อป โม ซาลาห์ ออกจากตำแหน่งตัวจริงแล้วให้ เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อค โอริกี้ หรือ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ รวมถึง อดัม ลัลลาน่า ออกสตาร์ตแทนบ้างแล้ว

อาการฟอร์มตกของนักเตะโดยส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของสภาพจิตใจนะครับ หากปลดล็อกให้ตัวเองด้วยการกลับกะซวกตาข่ายได้อีกครั้งเมื่อไหร่ บางทีความมั่นใจอาจก็จะคืนกลับมา

เพราะฝีเท้าหรือความสามารถ มันบรรจุอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ไม่หนีไปไหน แถมดาวเตะทุกคนในโลกและดาวอังคารย่อมมีช่วงดาวพุธถอยหลังด้วยกันทั้งนั้นแบบไม่มีข้อแม้ฉะนั้น & ฉะนี้ มันก็คงตอบไม่ได้หรอกครับว่า โม ซาลาห์ จะกลับมาทันเวลาหรือเปล่า

บางทีเขาอาจจะเตลิดเปิดเปิงออกอ่าวออกทะลไปไกลจนหาทางกลับเข้าฝั่งไม่เจอ…ก็…เป็น…ได้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังเกตจากฟอร์มการเล่นของเขาในเกมล่าสุดที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นสักเท่าไหร่ ขนาดเจอคู่แข่งอย่างฟูแล่มที่เกมรับบัดซบตบชักสิ้นดี

หรือบางทีมันอาจขึ้นอยู่กับคนบนฟ้า หากพระเจ้าอยากให้โลกเกิดความไม่สงบสุข เอ๊ย! ไม่ใช่ โทษๆๆๆ หากพระเจ้าอยากให้ลิเวอร์พูลสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดอีกครั้งบางทีเครื่องจักรถล่มประตูคนเดิมอาจจะกลับมาแบบดื้อๆ เหมือนตอนที่ถูกลักพาตัวไปนั่นแหละ

Tags :

บางคนอาจจะมอง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในฐานะผู้จัดการทีมบอลที่เมื่อห้าปีก่อนที่ได้ไขว่คว้า แชมป์ฟุตบอล ในเเบบที่ล้มเหลวกับการพาลิเวอร์พูลลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2013/14

นำเป็นจ่าฝูงมาตลอดแต่มาสะดุดในช่วง 3 นัดสุดท้าย กลายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ปาดหน้าเป็น แชมป์ฟุตบอล แทนเสียงวิจารณ์ที่มีต่อกุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือในเวลานั้นมาจนถึงวันนี้ก็คือถ้าเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งกว่านี้หรือมีประสบการณ์กว่านี้ ลิเวอร์พูลก็คงเป็นแชมป์ไปแล้ว

แชมป์ฟุตบอล

 แน่นอนมันไม่มีคำตอบที่ชัดเจนหรอกครับว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงไหม เพราะมันคือเรื่องของคำว่า “ถ้า”

หากสิ่งที่บางคนยังมองข้ามไปก็คือลิเวอร์พูลในฤดูกาลนั้นเล่นฟุตบอลที่มีเสน่ห์เหลือเกิน เป็นฟุตบอลเกมรุกไหลลื่น พลังสังหารมหาศาล เรียกเสียงชื่นชมทั่วสารทิศ มีชัยชนะสวยๆ น่าตื่นตาตื่นใจมากมาย

จริงอยู่ว่าพวกเขาเต็มไปด้วยขุนพลชั้นเลิศอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, หลุยส์ ซัวเรซ, แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, ราฮีม สเตอร์ลิง ฯลฯ แต่ “สไตล์” เป็นสิ่งที่คนเป็นโค้ชสร้างขึ้นมา ไม่ใช่จับนักเตะโยนลงไปเล่นกันเองแล้วจะได้อย่างนั้น

เครดิตที่ร็อดเจอร์สควรจะได้รับมากกว่านี้ถูกบดบังด้วยปัจจัยหลายอย่าง เพราะการพลาดเองในช่วงชี้เป็นชี้ตาย เพราะความพ่ายแพ้เกมนั้นที่แอนฟิลด์ เพราะสามประตูขึ้นนำถูกปลดเรียบที่เซลเฮิร์สท์ พาร์ค หรือบางทีอาจเป็นเพราะแคแร็คเตอร์ของเขาเองที่ไม่ดึงดูดเท่าที่ควร

ร็อดเจอร์สเป็นผู้จัดการทีมที่โลว์โปรไฟล์ในเรื่องบุคลิก เขาไม่มีจุดเด่นให้คนสนใจ ไม่มีแพสชั่นเขย่าอารมณ์อย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีมาดเหลือกินอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ ไม่มีความตื่นตาตื่นใจและเกียรติประวัติที่การันตีอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เรื่องอย่างนี้บังคับกันไม่ได้เสียด้วย มันเป็นเรื่องเฉพาะตัว เป็นเสน่ห์ส่วนบุคคล สร้างให้กันไม่ได้

ต้นทุนของบีร็อดจึงน้อยกว่าคนอื่น ลักษณะคล้ายๆ กับ รอย ฮอดจ์สัน คือเรียบๆ เรื่อยๆ ไม่โดดเด่น ลองเปรียบเทียบกับแคแร็คเตอร์ของคล็อปป์, ราฟาเอล เบนิเตซ หรือ เซอร์เคนนี่ ดัลกลิช ดูก็จะยิ่งเห็นชัด

เพราะฉะนั้นความผิดพลาดใดๆ ที่เล็กน้อยจึงอาจใหญ่ขึ้น ความบกพร่องใดๆ ที่ใหญ่อยู่แล้วก็จะยิ่งถูกถ่างกว้างออกไปอีก

การพลาดแชมป์ของลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2013/14 จึงถูกชี้ไปที่ร็อดเจอร์สในสัดส่วนที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปัจจัยด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับความกดดันได้ไม่ดีพอเองของนักเตะ ความผิดพลาดเฉพาะบุคคล หรือคู่แข่งแย่งแชมป์ที่มีประสบการณ์มากกว่า

    ผมคิดว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นผู้จัดการทีมที่ถูกมองข้ามฝีมือไปพอสมควร หรือว่ากันตามตรงชื่อเสียงเขาพังเพราะเกมเพียง 2 เกมในช่วงเวลาห่างกันแค่ 8 วันเท่านั้นเอง..

ความตื่นตาตื่นใจในการเข้าเบรกชนะรวด 11 เกมติดต่อกันก่อนหน้านั้นถูกลบทิ้ง บรรยากาศมหัศจรรย์ในวันโค่นแมนฯ ซิตี้ 3-2 เลือนหาย ความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าจากชัยชนะอันน่าลุ่มหลงมากมายกลายเป็นสูญญากาศ

ร็อดเจอร์สและขุนพลหงส์แดงของเขาถล่มอาร์เซน่อล 5-1 ถลุงเอฟเวอร์ตัน 4-0 บุกอัดสเปอร์ส 5-0 ย้ำแค้นอีก 4-1 บุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 3-0 ทุบค้อน 4-1 ระเบิดนอริช 5-1 บุกถล่มสโต๊ค 5-3 บุกกระหน่ำคาร์ดิฟฟ์ 6-3..

ยิง 101 ประตู.. ซัวเรซกับสเตอร์ริดจ์จองอันดับ 1-2 ดาวซัลโวของลีก

    มันคือฤดูกาลแห่งความฝัน เราล่องลอยไปกับฟุตบอลของเขา.. เพียงแต่ความฝันนั้นไม่จบ มันพลิกผันและพ่ายแพ้ต่อความยอดเยี่ยมของทีมที่พร้อมกว่า

ก่อนจะถึง 8 วันแค่ความพลิกผัน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังได้รับคำชมท่วมท้นอยู่เลย..

น่าเสียดายเหมือนกันนะครับที่กราฟชีวิตงานโค้ชของเขากับลิเวอร์พูลพุ่งขึ้นไปแตะถึงแค่นัดที่ 35 ของฤดูกาล 2013/14 แล้วก็เริ่มดิ่งลง

ถ้ากราฟนั้นจะยืดเวลาบนจุดสูงสุดออกไปอีกนิด.. ยืดออกไปอีกแค่ 8 วัน เขาก็คงจะได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์และได้รับการยอมรับมากกว่านี้ไปแล้ว

ทำทีมเล็กๆ อย่างสวอนซีเล่นฟุตบอลสวยงามจนมีฉายาสวอนเซโลน่า แล้วก็ทำลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ลีกสูงสุดที่รอมา 24 ปี..

เมื่อมันไม่เกิดขึ้นเพราะอุบัติเหตุอันร้ายกาจ ร็อดเจอร์สก็กลายเป็นผู้แพ้ในทันทีเช่นกัน และ 8 วันแห่งความหักเหนั้นคงจะเป็น 8 วันที่เขาไม่มีทางลืม

    บทจะโหดร้าย ฟุตบอลก็เหี้ยมเกรียมอย่างนี้แหละ

ร็อดเจอร์สอาจจะกู้ชื่อคืนมาได้ในระดับหนึ่งกับกลาสโกว์ เซลติก แต่แน่นอนว่ามันไม่พอและเมื่อมีโอกาสกลับคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งเขาจึงคว้ามันไว้ไม่ปล่อยให้หลุดลอย

ด้วยสไตล์การเล่นของเลสเตอร์ ซิตี้ นี่เป็นโจทย์ที่น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นคนละแนวทางเลยกับฟุตบอลของร็อดเจอร์สทั้งที่สวอนซี, ลิเวอร์พูล และเซลติก

กระนั้นก็เป็นการตัดสินใจที่น่าให้กำลังใจและน่าติดตามดูมากๆ ว่าบีร็อดจะทำให้ทีมจิ้งจอกสีน้ำเงินเล่นฟุตบอลที่สวยงามอย่างที่เขาเคยทำมาแล้วได้ไหมเเต่อย่างไรก็ตามทางเว็บ วิธีเล่น holiday palace

ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งเลสเตอร์และร็อดเจอร์สนะครับ พวกเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทั้งคู่..

Tags :

หลัง เกมฟุตบอล เผยการเเข่งขันจาก ลิเวอร์พูล ทำได้แค่บุกไปเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เท่ากับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะแซงขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก

แบบชั่วคราวทันที หากเก็บชัยชนะได้ใน เกมฟุตบอล ที่จะบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ณ สังเวียนแข้ง กูดิสัน พาร์ค วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ และนี่คือ 5 เหตุผลที่จะส่งให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” คว้าชัยเหนือ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” พร้อมเขี่ย “หงส์แดง” ลงจากบัลลังก์

เกมฟุตบอล

– กำลังคึก
แม้ แมนฯ ซิตี้ ออกไปพลิกล็อกพ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-2 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน แต่ด้วยการที่ ลิเวอร์พูล ดันทำคะแนนหลุดมือง่ายๆ ใน 2 เกมล่าสุด รวมถึงการที่พวกเขาเปิดบ้านไล่อัด อาร์เซน่อล อย่างสวยหรู 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เกมวันพุธนี้ ลูกทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

จะลงเล่นด้วยความคึกคักและมุ่งมั่นเป็นพิเศษอย่างแน่นอน เพราะต่อให้เป็นการแซงขึ้นเป็นจ่าฝูงด้วยการมีผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่า แถมลงเตะมากกว่า 1 นัด แต่ก็ถือว่า นำก่อนได้เปรียบ

– เกมรุกดุดันและหลากหลาย
หากตัดเกมที่แพ้ นิวคาสเซิ่ล ไป บอกได้เลยว่า เกมรุกตอนนี้ของ แมนฯ ซิตี้ น่ากลัวมาก แถมมีรูปแบบการเข้าทำที่หลากหลาย ขณะที่บรรดาผู้เล่นตัวรุกก็พร้อมที่จะกระซวกตาข่ายทุกคน

ไม่ว่าจะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่, ราฮีม สเตอร์ลิง, ดาบิด ซิลบา, แบร์นาโด้ ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์ รวมถึงหัวหอกตัวสำรองอย่าง กาเบรียล เชซุส พูดได้เลยว่า เกมนี้แนวรับเจ้าถิ่นเจองานช้างแน่

– สถิติข่ม
นอกจากฟอร์มที่ดูเหนือกว่าแบบชัดเจนแล้ว การเจอกันระยะหลัง แมนฯ ซิตี้ ยังดูโดดเด่นกว่าด้วย เพราะการดวลกัน 11 นัดหลังสุดในศึก พรีเมียร์ลีก นั้น พวกเขาปราชัยให้กับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” แค่หนเดียว โดยชนะได้ถึง 6 ครั้ง และเสมอ 4 ครั้ง แถมยังเก็บชัยได้ 2 จาก 3 นัดหลังสุด (เสมอ 1) ที่ฟาดแข้งกันที่ กูดิสัน พาร์ค

– เอฟเวอร์ตัน ฟอร์มแกว่งในบ้าน
ปกติแล้วการเล่นในบ้านถือเป็นจุดเด่นของ เอฟเวอร์ตัน แต่เกมลีก 4 นัดหลังสุดที่ กูดิสัน พาร์ค นั้น ทีมของ มาร์โก ซิลวา แพ้ไปถึง 3 หน และเก็บชัยได้แค่ครั้งเดียว

เท่านั้นยังไม่พอ ฤดูกาลนี้ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ยังไม่เคยเอาชนะใครได้เลย จากเกมลีก 11 นัดที่โดนคู่แข่งยิงขึ้นนำก่อน (เสมอ 2 แพ้ 9) เท่ากับว่าเกมวันพุธนี้ หาก แมนฯ ซิตี้ ยิงได้ก่อน มีแววคว้าชัยสูง แต่ถึงกระนั้น แมนฯ ซิตี้

จะประมาทไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากฟอร์มนอกบ้านในระยะหลังของพวกเขาก็ใช่ว่าจะดี เพราะแพ้ไป 3 จาก 5 นัดหลังสุด (ชนะ 2) ทั้งที่ 34 เกมเยือนก่อนหน้านั้น พวกเขาปราชัยแค่ 2 หนเท่านั้น (ชนะ 26 เสมอ 6)

– 4-0
เว็บ ag.viva9988 login เผยว่าเป็นสถิติการดวลกันในเกม พรีเมียร์ลีก ระหว่าง กวาร์ดิโอล่า กับ ซิลวา ซึ่งเจอกันมาทั้งหมด 4 ครั้ง ปรากฏว่า เป็นนายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ ที่คว้าชัยชนะได้หมด แถมนำทีมกระหน่ำไปถึง 15 ประตู และเสียแค่ 3 ประตูเท่านั้น งานนี้ถ้า ซิลวา ถ้าแพ้อีก คงไม่เกี่ยวกับเรื่องแมวดำลงวิ่งในสนามหรอกนะ (อิอิ)

 

Tags :

“ไอ้ปืนใหญ่”งานนี้เว็บ viva9988 เข้าไม่ได้ เผยว่า ไม่พลาดสามแต้มหลังเปิดบ้านไล่อัดคู่ปรับร่วมเมือง เชลซี 2-0 ในเกมลอนดอนดาร์บี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ซัดเบิกร่อง ก่อนโลร็องต์ กอสซิแอลนี่ กัปตันทีมยิงประตูแรกของซีซั่น หรือนับแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้วที่ทำได้ โดยสามแต้มวันนี้ทำให้ เดอะ กันเนอร์ส มีเพิ่มเป็น 44 คะแนนเท่ากับ “ปีศาจแดง” แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้กลับไปรั้งอันดับ 5 ตามหลังเชลซีอันดับ 4 แค่สามคะแนน

โดยข่าวจากเว็บ viva9988 เข้าไม่ได้ ศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ อาร์เซน่อล ที่ตกมาอยู่อันดับ 6 หลัง “ปีศาจแดง” คว้าชัยก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงขึ้นไปรั้งอันดับ 5 แทน โดยเกมนี้จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคู่ปรับร่วมเมือง “สิงห์บลูส์” เชลซี ทีมอันดับ 4 ของตาราง

viva9988 เข้าไม่ได้

ออกสตาร์เกมครึ่งแรกแค่ 4 นาที “ปืนใหญ่” ได้เสียวก่อนเลย เมื่อโอบาเมย็องครอสบอลมาหน้ากรอบ 6 หลา แต่ลากาแซตต์วิ่งมาซัดบอลหลุดเสาไกลไปแบบน่าเสียดาย

จากนั้นอีกสามนาทีต่อมา อาร์เซน่อล เล่นคอนเนอร์สั้นที่มุมธง ซาก้า เปิดบอลมาเข้าหัว โซคราติส ขึ้นโขกบอลเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น

ยังเป็นเจ้าถิ่นที่เดินหน้ากดดันอย่างหนัก นาที 13 ตอร์เรยร่า เปิดฟรีคิกมาในกรอบ 6 หลาให้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ โขกระยะเผาขนแต่ เกปา ยังมือไวปัดบอลออกหลังไปได้

จนแล้วจนรอดหลังบุกกดดันอย่างหนัก อาร์เซน่อล มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลสั้นจากมุมธงก่อนที่จ่ายคืนหลังให้ เบเยริน แล้วยัดเข้ากลางให้ ลากาแซตต์ พลิกตัวก่อนหลบ เปโดร และอลอนโซ่ แล้วตะบันด้วยขวาบอลพุ่งเบียดมุมแคบผ่านมือ เกปา เข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 8 ในลีกของดาวยิงชาวฝรั่งเศส

เกมเดินหน้ากันเร็ว แข้งปืนยังโหมบุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 18 ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปดวลกับแนวรับสิงห์บลูส์ก่อนล็อกแล้วจิ้มไปติดเซฟ เกปา ถัดมานาทีเดียวเป็นโอกาสทองของ เชลซี บ้าง เมื่อดาวิด ลุยซ์ตักบอลเข้าหัวแนวรับเจ้าถิ่นให้ เปโดร ที่เช็กไลน์ไม่ล้ำหน้าเข้าไปยกบอลหนี เลโน่ แต่บอลไม่ตรงกรอบออกหลังไป

นาที 24 เป็นโอกาสของ จอร์จินโญ่ บ้างแต่ดาวยิงชาวอิตาเลี่ยนดันยิงเหินคานไปแบบหมดลุ้น อีก 5 นาทีต่อมาเป็นทีของ “ไอ้ปืนใหญ่” ที่โต้กลับ แรมซี่ย์ ได้โอกาสแต่งบอลยิงนอกกรอบ 20 หลาบอลพุ่งแรงแต่บอลยังไปตรงตัว เกปา ที่รับไว้ได้สบาย

รูปเกมของอาร์เซน่อลนั้นเหนือกว่า นาที 39 มาหนีห่างเป็น 2-0 จากลูกฟรีคิกที่ตอร์เรยร่าวางบอลไกลไปถึง แรมซี่ย์ โขกต่อให้โซคราติสกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในกรอบ สุดท้ายเป็น กอสซิแอลนี่ ที่หนีตัวประกบพุ่งมาโขก แต่บอลไปโดนหัวไหล่เปลี่ยนทางเสียบมุมตาข่ายเข้าไป เป็นประตูแรกของอดีตปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสในซีซั่นนี้

ท้ายครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” เกือบได้ลุ้นตีไข่แตกไล่มา เมื่อ อลอนโซ โฉบโขกเสาแรกบอลย้อนมาชนเสาสองอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำเชลซี 2-0

ครึ่งหลัง ทีมเยือนเกมรุกกลับมาเล่นดีขึ้น แต่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งลูกยิงของ เปโดร นาที 56 ที่ซัดเหินคาน และลูกยิงไกลของ อลอนโซ่ ที่อัดด้วยขวา นาที 59 แต่บอลก็ยังหลุดกรอบไม่ได้ลุ้นเหมือนเดิม

เกมผ่านไปครึ่งทางของครึ่งหลัง ทัพอาคันตุกะเปลี่ยนเอา มาเตโอ โควาซิช ออกแล้วส่ง รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงไปเล่นแทน เช่นเดียวกับ วิลเลี่ยน ที่โชว์ฟอร์มไม่ค่อยออกโดนเปลี่ยนตัวออกแล้วส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงไปเจอกับทีมเก่า

ส่วนทางฝั่งอาร์เซน่อล ส่งทั้ง อเล็กซ์ อิโวบี้ ลงไปเล่นแทนลากาแซตต์ ขณะที่ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์ ลงไปแทนที่ อารอน แรมซี่ย์

นาที 70 เดอะ กันเนอร์ส ต้องเจอข่าวร้ายอีก หลัง เอ็คตอร์ เบเยริน ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามต้องมาเจอกับอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ อูไน เอเมรี่ ต้องส่ง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ลงไปเล่นแทน

โดยเว็บ holiday palace ปอยเปต เผยช่าวง จังหวะยิงเข้ากรอบหนแรกของทีมเยือนต้องรอถึง นาที 82 หลัง อาซาร์ ไหลต่อให้ อลอนโซ่ กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือของ เลโน่ ที่เซฟไว้ได้

กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ อาร์เซน่อล เปิดบ้านคว้าชัยเหนือ เชลซี 2-0 คว้าสามแต้มทวงอันดับ 5 คืน โดยมีแต้มเท่ากับ แมนฯยูไนเต็ด ที่ 44 คะแนนแต่ลูกได้เสียดีกว่า โดยไล่จี้ เชลซี อันดับ 4 แค่สามคะแนนเท่านั้น

Tags :

จนถึงตอนนี้ทางเว็บ holiday palace เผยฤดูกาล 2018-19 นับเป็นซีซั่นแห่งความสุขของ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง เพราะพวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนตอนนี้นำเป็นจ่าฝูงของลีก ด้วยผลงาน 54 คะแนน จากการลงเล่น 20 นัด แถมยังไม่แพ้ใครในลีกเลยอีกต่างหาก ส่วนใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาก็ยังมีลุ้นแชมป์อยู่ หลังจากผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

ทั้งนี้เว็บ holiday palace อกกมา ลิเวอร์พูล ส่งท้ายปี 2018 ด้วยการโชว์ฟอร์มโหด เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม อาร์เซน่อล 5-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งฟอร์มอันยอดเยี่ยมแบบนี้ก็ทำให้ “เดอะ ค็อป” หลายคนมองว่าพวกเขามีโอกาสดีสุดๆ ที่จะได้เห็นทีมรักซิวแชมป์ลีกมาครองเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90

holiday palace

แน่นอนว่าตอนนี้สาวก “หงส์แดง” คงมองถึงผลงานของทีมรักในปี 2019 กันแล้ว แต่ที่จริงหลังจบเกมกับ อาร์เซน่อล แล้วนั้น ลิเวอร์พูล ยังทำสถิติที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาได้หลายอันด้วย มาดูกันดีกว่าว่าสถิติเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง

– เก็บชัยชนะได้มากที่สุดในรอบ 1 เดือนเป็นประวัติศาสตร์ของทีม

ปกติแล้วเดือนๆ หนึ่งจะเล่นกันหลายนัด ยกตัวอย่างเช่นถ้าแข่งสัปดาห์ละนัดก็จะเท่ากับการลงเล่น 4 นัดต่อ 1 เดือน ซึ่งการที่จะคว้าชัยชนะให้ได้ทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากพอตัว และนั่นทำให้แค่การชนะ 4 เกมภายในเดือนเดียวก็จะทำให้ทีมนั้นๆ ได้รับคำชมมากพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำได้เหนือชั้นกว่านั้น เพราะในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพวกเขาลงเล่น 8 เกม และเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด แบ่งเป็น 7 นัดในลีก และ 1 เกมใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยชนะในรอบ 1 เดือนได้มากขนาดนี้เลย

ทั้งนี้ ในเดือนสุดท้ายของปี 2018 ลิเวอร์พูล ยิงคู่แข่งแบบถล่มทลายได้ถึง 23 ประตู และเสียเพียง 3 ลูกเท่านั้น ซึ่งการเก็บชัยชนะได้ทั้งหมดแบบนี้มันก็ทำให้พวกเขานำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่เป็นอันดับ 2 ในลีกอยู่ถึง 7 แต้มด้วยกัน

– เก็บแต้มได้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรภายในรอบ 1 ปีปฏิทิน (นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม)

ในปี 2018 ทีมของ คล็อปป์ ลงเล่นในลีกรวมทั้งหมด 37 นัด และพวกเขาก็โกยแต้มได้แบบถล่มทลายด้วยจำนวนถึง 88 คะแนน แย่งเป็น 54 แต้มในฤดูกาลนี้ กับอีก 34 คะแนนของเมื่อซีซั่นก่อน

ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นี่จะเป็นการโกยแต้มภายในรอบ 1 ปีได้มากที่สุดตลอดกาลของพวกเขา แถมถ้านับเฉพาะปี 2018 ลิเวอร์พูล

ยังเก็บคะแนนได้เท่ากับ แมนฯ ซิตี้ เป๊ะเลยด้วย ทั้งที่ “เรือใบสีฟ้า” ได้รับการยกย่องว่าเป็นทีมเบอร์ 1 ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้

นอกจากนี้ ถ้านับเฉพาะช่วง 20 เกมแรกแล้วล่ะก็ มันก็มีเพียง แมนฯ ซิตี้ เมื่อฤดูกาล 2017-18 กับ เชลซี เมื่อซีซั่น 2005-06 ที่เก็บแต้มได้มากกว่า ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบัน

โดยที่ แมนฯ ซิตี้ ชุดนั้นทำไป 58 คะแนน ส่วน “สิงโตน้ำเงินคราม” เก็บได้ 55 แต้ม

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี ชุดนั้นก็ได้แชมป์ลีกไปเชยชมในท้ายที่สุดด้วย ไม่แน่ว่า ลิเวอร์พูล อาจจะตามรอยพวกเขาสำเร็จก็ได้

– เสียประตูน้อยที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรในช่วง 20 นัดแรก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล นำเป็นจ่าฝูงในตอนนี้ เป็นเพราะพวกเขามีเกมรับที่แข็งแกร่ง ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ อลีสซง เบ็คเกอร์ ทำให้คู่แข่งเจาะตาข่ายของ ลิเวอร์พูล ได้ยากพอๆ กับการเข็นครกขึ้นภูเขา

จนถึงตอนนี้เว็บ สมัคร ฮอลิเดย์ เผยว่า ลิเวอร์พูล เพิ่งเสัยประตูในลีกไปเพียง 8 ลูกเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเสียประตูน้อยขนาดนี้ในช่วง 20 นัดแรกมาก่อนเลย อย่างดีที่สุดก็ในซีซั่น 1978-79 ที่โดนยิงไป 9 ลูก

ทั้งนี้ ในฤดูกาลนี้ยังไม่มีนัดไหนในลีกที่ ลิเวอร์พูล เสียมากกว่า 1 ลูกด้วย เรียกได้ว่าตอนนี้เกมรับของ ลิเวอร์พูล เป็นเหมือนกำแพงเหล็กกล้าที่ใครก็ยากจะพังลงได้

Tags :

เว็บ ติด ตั้ง holiday palace ได้จุดเริ่มต้นโปรแกรมหฤโหดจะเริ่มตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไปและยาวไปช่วงปีใหม่กันเลยทีเดียว

ในเกมที่สื่อ ติด ตั้ง holiday palace ได้จัดพรีเมียร์ลีกนัดที่ 17 มีหนึ่งบิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลทั่วโลกต้องจับตามองที่สนามแอนฟิลด์ระหว่างลิเวอร์พูล กับ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันได้เลย

ติด ตั้ง holiday palace

1. ลิเวอร์พูล ที่ดีกว่าแมนฯยูไนเต็ด?

แกรี่ เนวิลล์ อดีตแบ็กขวาคนดังของแมนฯยูไนเต็ด ได้จัดผู้เล่น 11 ที่ดีที่สุดของทั้งลิเวอร์พูล และ ปีศาจแดง ปรากฎว่า มีแข้งจากค่ายผีแดงติดทีมเพียง 3 รายเท่านั้นในตำแหน่งผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ คืออ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ประจำการปีกซ้าย, เอริค ไบยี่ และ ปอล ป็อกบา ที่อยู่เคียงข้าง นาบี้ เกอิต้า และ จินี่ ไวนัลดุม บนแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ในรายของเซ็นเตอร์ชาวไอวอรี่ โคสต์ จะไม่ได้อยู่ในทีมนี้เลยหากโจ โกเมซ ไม่มีอาการบาดเจ็บ ทั้งหมดนี้คือความเห็นของ เนวิลล์ผู้พี่ ที่กล่าวไว้ในช่วงมันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล

ตัวเลขที่น่าสนใจใน 8 เกมหลังสุดที่ทั้งคู่พบกันในลีก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเอาชนะแมนยูได้เลย โดยแบ่งเป็น เสมอ 3 แพ้ 5 จากเกมยุโรปล่าสุด หงส์แดง ขาดความเด็ดขาดในการทำประตูจนเกือบเสียท่าให้นาโปลีช่วงท้ายเกม และในเกมแดงเดือดนี้ ทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ จะมาเน้นเรื่องเกมรับแน่นอน น่าสนใจว่าแนวรุกของลิเวอร์พูล จะปลิดชีพผู้มาเยือนได้หรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าถิ่น มีปัญหาในแนวรับเพิ่มเติมอีกสองราย หลังก่อนหน้านี้โจ โกเมซ ต้องพักยาวไปจนถึงต้นปีหน้า ซึ่งล่าสุด โฌแอล มาติป และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็มาเจ็บจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปอีกสองราย

2. โอกาสของเชซุส

จริงอยู่ที่ซิตี้ เอาชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ ไปได้ 2-1 แต่ถ้ามองถึงโอกาสทำประตูแล้ว เรือใบสีฟ้าควรจะได้สกอร์ถึง 6 ลูกด้วยซ้ำ โดยในรายของกาเบรียล เชซุส ได้โอกาสโหม่งโล่งๆระยะ 4 หลาแต่บอลไปชนเสาซะอย่างนั้น และอีกมุมหนึ่งดาวเตะแซมบ้าก็ยังเสียฟาวล์ไปอีกหลายครั้ง

การเสียเซร์คิโอ อเกวโร่ ไปจากอาการบาดเจ็บ เป็นโอกาสที่ดีของเชซุส ที่จะพิสูจน์ตัวเองแต่เขากลับทำประตูไม่ได้เลยตั้งแต่เดือนสิงหาคม และเกมลีกล่าสุดกับเชลซี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะไม่ใช้ศูนย์ธรรมชาติแต่มันก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นัก

เกมวันเสาร์นี้ หาก อเกวโร่ ยังลงสนามไม่ได้ หน้าที่แดนหน้าก็น่าจะเป็นของเชซุส แต่หากกองหน้าอาร์เจนไตน์พร้อมลงสนามละก็ แข้งวัย 21 ปี ก็คงจะต้องนั่งสำรองไปยาวๆตลอดหน้าหนาวนี้

3. ปาสกาล กรอสส์ 

ข่าวลือหน้าหูว่าในช่วงเดือนมกราคมนี้ ปาส กรอสส์ ได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูล รวมถึง เซาธ์แฮมป์ที่ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล โค้ชใหม่นักบุญ ที่ต้องการได้กรอสส์ กลับไปร่วมงานกันอีกครั้งเหมือนสมัยอยู่กับอิงโกลสตัดท์ จุดเด่นของกรอสส์ คือการผ่านบอลให้เพื่อน โดยเมื่อซีซั่นที่แล้วตัวเลขแอสซิสต์เทียบเท่ากับเมซุต โอซิล

หากถามว่ากรอสส์ เหมาะสมกับลิเวอร์พูลอย่างไร คงเป็นเรื่องของการจ่ายบอลในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย ที่น่าจะเพิ่มมิติบนแผงกลางให้กับหงส์แดงได้ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้ กรอสส์ ลงสนามได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนักเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ยังไม่มีแอสซิสต์ รวมถึงเพิ่งทำประตูได้เพียงลูกเดียวจากจุดโทษ

ถึงกระนั้น เขาก็ยังเป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่ง และสุดสัปดาห์นี้เขาจะได้ลงเผชิญหน้ากับ จอร์จินโญ่และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งน่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าเขาเจ๋งจริงหรือไม่

4. สิ่งที่แฟนนักบุญอยากเห็น

เซาธ์แฮมป์ตันไม่ชนะในบ้านตัวเองมาตั้งแต่เดือนเมษายน นับเป็นสถิติที่ย่ำแย่เหลือเกินซึ่งสิ่งที่เห็นได้คือนักเตะในทีมขาดความกระตือรือร้น ในเรื่องนี้เอง  ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล ได้ออกมาพูดก่อนเกมที่แพ้ต่อคาร์ดิฟฟ์ ว่า”ผมจะสั่งให้ลูกทีมวิ่งมากขึ้น”

จากนั้นแผนงานของอดีตเทรนเนอร์ไลป์ซิกคือ การสั่งหยุดวันพักผ่อนของนักเตะเพื่อเริ่มต้นตารางซ้อมแบบเข้มข้นจนถึงวันที่จะเปิดบ้านพบอาร์เซน่อลในวันอาทิตย์นี้ สไตล์การเล่นของกุนซือออสเตรียน คือการเน้นเพรซซิ่งสูงจนประสบความสำเร็จในบุนเดสลีก้า

แฟนเดอะ เซนต์ คงไม่คาดหวังว่าทีมรักจะเก็บชัยชนะนัดแรกในรอบ 22 เกมได้ในแมตช์นี้หรอก แต่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นคือ ทีมกลับมาเล่นด้วยความมีชีวิตชีวาอีกครั้งเหมือนในยุคของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่นำทีมจากโซนตกชั้นมาเป็นทีมค่อนบนของตาราง

5. ความล้าของสเปอร์ส

พวกเขาเ็นทางเว็บ holiday download เลยบอกว่าคงไม่ใช่เเน่ หากจะบอกว่าสเปอร์ส ไม่มีความอ่อนล้าหลังต้องกรำศึกหนัก 3 แมตช์ ในรอบ 6 วัน และล่าสุดก็เพิ่งใส่เต็มสูบกับบาร์เซโลน่าเมื่อกลางสัปดาห์

ขณะที่เบิร์นลี่ย์เอง ก็เพิ่งเก็บชัยชนะจากเกมที่หืดจับมาได้เหนือไบรท์ตันเมื่อเกมก่อน โดยเกมที่เวมบลี่ย์ ลูกทีมของชอน ไดซ์ จำเป็นต้องเปล่งพลังออกสุดฤทธิ์หากหวังกลับเทิร์ฟ มัวร์แบบมีคะแนน

Tags :

แม้ว่าเว็บ ทางเข้า holiday palace จะมีผลงานภาพรวมของคริสตัล พาเลซ ซีซั่นนี้ อาจไม่เป็นไปตามที่รอย ฮ็อดจ์สันวาดฝันไว้แต่สิ่งหนึ่งที่งอกงามท่ามกลางปราสาทอันเงียบงัน คือการถือกำเนิดดาวรุ่งดวงใหม่ ที่ชื่อว่า อารอน วาน-บิสซาก้า

ความบังเอิญที่เว็บ ทางเข้า holiday palace ของเราจะนำเสนอเรื่องราวและสถิตินี้ ดันตรงกับวันเกิดของเขาพอดี คือวันที่ 26 พฤศจิกายน 1997 เบ็ดเสร็จอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ไปเหลือบเจอข้อมูลจาก Squawka Football เว็บฟุตบอลชื่อดังต่างประเทศ เผยสถิติตัวเลขอันน่าทึ่งของเด็กคนนี้ ไว้ดังนี้

ทางเข้า holiday palace

ตัวเลขเหล่านี้คือ จำนวนการเข้าปะทะ(Tackle) จากเกมลีก 10 นัดล่าสุดที่เขาลงสนาม โดยมีค่าสุทธิการปะทะรวมทั้งสิ้น 45 ครั้ง และเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ถึง 43 ครั้ง!

ที่สำคัญ 2 ครั้งที่เจ้าตัวพลาด คือเป็นการทำฟาวล์ นั่นหมายความว่า ไม่มีผู้เล่นคนไหนเลยที่สามารถเลี้ยงบอลผ่านวาน-บิสซาก้าได้ใน 10 เกมนั้น ประหนึ่งว่าหากคุณต้องเผชิญหน้ากับแบ็กขวารายนี้ คุณแทบปิดโอกาสจะเลี้ยงกินตัวพาบอลผ่านเขา หรือหากผ่านได้คุณก็ต้องโดนทำฟาวล์จนเกมก็หยุดชะงักไป

เป็นไงล่ะครับ มันน่าทึ่งจริงๆไหมล่ะ กับเด็กที่เพิ่งจะมีอายุเข้าผับได้ตามกฎหมาย(ประเทศไทย) และมีประสบการณ์ลีกสูงสุดเต็มๆเพียงปีแรก

ถึงตรงนี้ คุณเริ่มอยากรู้จักเขาให้มากขึ้นกว่านี้แล้วใช่ไหม? ในสกู๊ปนี้เรามีคำตอบให้

ชื่อเต็มของเด็กคนนี้คือ อารอน วาน-บิสซาก้า เกิดที่ นิว แอดดิ้งตัน, ครอยดอน ประเทศอังกฤษ

เริ่มเข้าสู่อคาเดมี่ฟุตบอลของพาเลซ ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ และเติบโตบ่มเพาะฝีเท้ากับดิ อีเกิ้ลส์ เป็นต้นมา

แม้จะเกิดที่อังกฤษแต่เจ้าตัวก็มีเชื้อสายคองโก ตามบรรพบุรุษ ทำให้เขา ติดทีมชาติคองโก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี และลงเล่นเกมแรก พบกับ ชาติบ้านเกิดรุ่นยู-17 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2015 ซึ่งคองโกรุ่นเยาว์ แพ้ต่อยังไลออนส์ ไป 0-8

วาน-บิสซาก้า เริ่มมีบทบาทในทีมชุดใหญ่ภายใต้การทำทีมของแฟร้งค์ เดอ บัวร์ และได้ลงเล่นในเกมกระชับมิตร ระหว่างช่วงทัวร์ ปรี-ซีซั่น 2017

อย่างไรก็ตาม พอเข้าสู่ช่วงเปิดฤดูกาล 2017/18 ด้วยการที่พาเลซ มีทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ และ มาร์ติน เคลลี่ จับจองพื้นที่ในตำแหน่งแบ็กขวา ทำให้ส่วนใหญ่เขาใช้เวลากับการนั่งข้างสนามเสียมากกว่า

และถึงแม้กุนซือดัตช์ถูกไล่ออกไปเนื่องจากผลงานอันย่ำแย่ แล้วทีมแต่งตั้งรอย ฮ็อดจ์สัน มาคุมแทน โอกาสของเขาก็ยังไม่ถูกเปิดเท่าไหร่ จนต้องไปเก็บเกี่ยวเลเวลกับทีมชุดยู-23 ซึ่งที่นี่เขาก็ฉายแววออกมาได้โดดเด่น

กุมภาพันธ์ 2018 คือช่วงที่ดิ อีเกิ้ลส์ เผชิญกับวิกฤตผู้เล่นบาดเจ็บอย่างหนัก เป็นเหตุให้วาน-บิสซาก้า ได้ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกมกับท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2018 ต่อเนื่องด้วยเกมกับ แมนฯยูไนเต็ด และเชลซี ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

เชื่อหรือไม่ครับว่า เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ หลังจากเล่นทีมชุดใหญ่นัดแรก เด็กหนุ่มคนนี้กลับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม 2018 ของทีม ด้วยผลงานโดดเด่นเหนือกว่ารุ่นพี่คนอื่นๆในทีม

และด้วยฟอร์มอันร้อนฉ่า ทำให้วาน-บิสซาก้า ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ ชุดยู-20 แต่เกมแรกภายใต้ตราสิงโตคำราม ไม่น่าจดจำเท่าไหร่เพราะเขาถูกใบแดงออกจากสนาม แต่ทัพสิงโตยังบลัดยังสามารถเอาชนะโปแลนด์ ได้ 1-0

ซีซั่นนี้(2018/19) คือปีทองของ วาน-บิสซาก้า อย่างแท้จริง เขาก้าวขึ้นมายึดตัวจริงได้อย่างถาวร

เพียงเกมแรกของฤดูกาล ก็ฉายแววความโดดเด่น ด้วยการพา พาเลซ บุกเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูแถมยังคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปนอนกอดได้อย่างสบายใจ อีกทั้งเกมนี้เขาจัดการล็อกตัวไรอัน เซสเซยง วอนเดอร์คิดเจ้าสัวน้อยได้อย่างอยู่หมัด

ทว่าเกมต่อมากับลิเวอร์พูล จากจังหวะไปตัดเกมใส่โม ซาลาห์ ทำให้เขาถูกใบแดงโดยตรง ซึ่งเป็นเหตุให้ทีมต้องพ่ายไป 0-2 คาบ้านเซลเฮิร์สท์ พาร์ค

หลังจากข่าวกีฬาของเว็บ viva9988 พบว่างานนี้พ้นโทษแบนและหายหน้าจากเกมลีกไปหนึ่งนัด นับจากนั้นเป็นจำนวน 10 นัดเข้าให้แล้วที่วาน-บิสซาก้า ได้ลงสนามต่อเนื่อง ทุกนัดทุกนาทีโดยไม่เคยถูกดร็อปหรือเปลี่ยนตัวออก

ส่วนผลงานเป็นอย่างไรน่ะเหรอ? ลองย้อนกลับไปข้างต้นแล้วมองตัวเลขเหล่านั้น คุณก็จะได้คำตอบของคำถามนี้!

Tags :

เปิดดูเว็บ holiday palace สมัคร  5 เหตุผลที่ ลิเวอร์พูล จะบินสูงผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาลลิเวอร์พูล กลับไปทวงบัลลังก์จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก คืนมาได้อีกครั้ง หลังจากเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ต้อน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา”หงส์แดง”

มีเว็บ holiday palace สมัคร  26 แต้ม จาก 10 นัด แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราว ก่อนที่  “เรือใบสีฟ้า” ซึ่งมี 23 แต้มจาก 9 เกม จะบุกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันจันทร์ที่ 29 ต.ค.นี้  บรรดาผู้สันทัดกรณีหลายรายเชื่อว่า ซีซั่นนี้มีโอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ และนี่คือ 5 เหตุผลที่มีสิทธิ์เป็นเช่นนั้น

holiday palace สมัคร

1. นักเตะเข้าใจการทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์

กุนซือชาวเยอรมัน เข้ามาเปลี่ยนแปลงแท็กติกให้ทีมเล่นได้น่ากลัวมากขึ้นตั้งแต่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015

คล็อปป์ ใช้ระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง โดยไล่บีบพื้นที่แบบดันสูงในแดนคู่แข่ง และพยายามแย่งบอลกลับมาให้ได้โดยเร็ว

การเพรสซิ่งของ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่แค่การไล่บีบพื้นที่ในเกมรับเท่านั้น โดยผู้เล่นแนวรุกยังต้องไล่บีบกดดันและฉกฉวยความผิดพลาดของคู่แข่งด้วย

ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เป็น 3 ประสานแนวรุกที่เล่นได้เข้ากับระบบของ คล็อปป์ ขณะที่แดนกลางทุกคนก็ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

2. แอนฟิลด์ คือป้อมปราการเหล็ก

ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ที่ แอนฟิลด์ มาแล้ว 26 นัด โดยปราชัยคาบ้านใน พรีเมียร์ลีก หนสุดท้ายต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017

ก่อนที่จะมาเสียประตูให้ คาร์ดิฟฟ์ นั้น “หงส์แดง” เก็บคลีนชีตในบ้านมาได้ 9 นัดติดต่อกัน ส่งผลให้ฤดูกาลนี้เพิ่งโดนยิงใน แอนฟิลด์ ไปแค่ลูกเดียวเท่านั้น

 3. แนวรับและโกลไว้ใจได้

นับตั้งแต่ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิล ย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เหล่า “เดอะ ค็อป” ก็สบายใจกับตำแหน่งนี้ หลังลุ้นแบบไม่เป็นสุขมาหลายปี

ขณะที่แผงกองหลังก็มีความแข็งแกร่งขึ้นมาก หลังจากที่ได้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เข้ามาคุมแนวรับ โดยไม่ว่าจะจับคู่กับ โจ โกเมซ หรือ เดยัน ลอฟเรน ก็ทำผลงานได้ดี

ส่วนแบ็กขวาซ้ายทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็ทำได้เยี่ยมทั้งเกมรับและเติมเกมรุก

    4. ซาลาห์ คืนฟอร์มแล้ว

ปีกทีมชาติอียิปต์ กลับมาเล่นด้วยความมั่นใจอีกครั้ง โดยทำประตูได้เป็นเกมที่สามติดต่อกัน และเกมทุบ คาร์ดิฟฟ์ ยังทำสองแอสซิสต์แบบงามๆ อีกด้วย

ซาลาห์ ยิงไปแล้ว 7 ลูกในฤดูกาลนี้ และเริ่มต้นสู่เส้นทางที่ยอดเยี่ยมเหมือนในซีซั่นที่แล้วที่ซัดไป 44 ประตูในทุกรายการ จนกวาดรางวัลส่วนตัวมาครองมากมาย

ก่อนหน้านี้ ซาลาห์ เพิ่งทำ 2 ลูกในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี นัดที่เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ต้อน เซอร์เวน่า ซเวซด้า 4-0 เมื่อวันพุธที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้สร้างสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูให้ทีมถึงหลัก 50 ลูกจากการลงเล่นในทุกรายการได้เร็วที่สุดจากการลงสนามไป 65 นัด

    5. ขุมกำลังสำรองยอดเยี่ยม

ในซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล มีตัวสำรองที่สามารถทดแทนตัวจริงได้ทุกตำแหน่งไล่ตั้งแต่โกลไปจนถึงกองหน้า ทำให้แฟนบอลไม่ต้องกลัวว่าทีมจะมีปัญหาหากใครบาดเจ็บ

ในตำแหน่งการ ดาวน์โหลดฮอลิเดย์ ของนายทวารมี ซิมง มิโญเล่ต์ เป็นตัวสำรองของ อลีสซง ส่วนกองหลังก็มีทั้ง โฌแอล มาติป, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ และ นาธาเนียล ไคลน์ เป็นอะไหล่

ส่วนแดนกลางมีตัวเลือกมากมายที่พร้อมลงมาเป็นตัวจริงทั้ง ฟาบินโญ่, อดัม ลัลลาน่า และ เซอร์ดาน ชากีรี่ ขณะที่กองหน้าก็มี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นทางเลือกที่ไว้ใจได้

Tags :

ปกติผมจะไม่ค่อยได้เขียนถึงทีม holiday palace ในเรื่องเจ้าของทีมกีฬาเสียชีวิตมากนัก แต่สำหรับ พอล แอลเล่น เจ้าของทีมพอร์ตแลนด์ เทรล เบลเซอร์ส กับซีแอตเทิ่ล ซีฮอว์คส แล้ว คงต้องยกคอลัมน์ให้เขาตอนนึง

แอลเล่นในทีม holiday palace โดยที่เพิ่งเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดน็อน-ฮอดจ์กิน ซึ่งเขาเคยรักษาจนหายเมื่อปี 2009 แต่กลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

เขาจากไปด้วยวัยเพียง 65 ปี

 holiday palace

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เขาเป็น มีต้นกำเนิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า ลิมโฟไซท์ ซึ่งอยู่ในระบบน้ำเหลืองของร่างกาย ไม่ใช่เม็ดเลือดขาวจากไขกระดูก (ซึ่งเมื่อเป็นมะเร็งจะเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว) และในระยะรุนแรง โรคจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้เช่นเดียวกับ โรคมะเร็งชนิดอื่นๆ

ทุกคนคงทราบแล้วเรื่องแอลเล่นก็คือผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ร่วมกับ บิลล์ เกตส์

สำหรับคนในวัยเกือบ 50 ปี เช่นผม สมัยอยู่มหาวิทยาลัยคอมพิวเตอร์ยังเป็นวิชาเลือก และดูน่ากลัวดีแท้ กว่าจะเปิดได้ยุ่งยากอยู่พอสมควรกับการเข้า DOS หรืออะไรสักอย่าง ซึ่งผมไม่ได้เรียนวิชานี้

กระทั่งเข้าทำงาน ผมกลับกล้าจับต้องคอมพิวเตอร์อย่างไม่เคอะเขิน ก็เพราะ ไมโครซอฟท์ นี่แหละ ผ่านมา 24 ปีจนถึงทุกวันนี้ แม้แต่เวลาท่องเที่ยวจะที่ไหนก็ตาม ยังสามารถใช้แล็ปท็อปพิมพ์งานส่งกลับมาได้ตลอด

เกตส์ พูดถึง แอลเล่น หนึ่งในเพื่อนรักและเก่าแก่สุดว่า “คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะไม่มีวันเกิดขึ้นมาถ้าปราศจากเขา”

แอลเล่น กับ เกตส์ ก่อตั้งไมโครซอฟท์เมื่อปี 1975 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในปี 1980 เมื่อไอบีเอ็ม ตัดสินใจผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลขึ้นมา และได้ขอให้ไมโครซอฟท์ทำระบบปฏิบัติการให้

การตัดสินใจดังกล่าวทำให้สองหนุ่มเมืองซีแอตเทิ่ล ร่ำรวยมหาศาล โดย เขากับ เกตส์ ได้นำบริษัทไมโครซอฟท์ เข้าตลาดหุ้น และกลายเป็นอภิอัครมหาเศรษฐี และภายหลังทั้งสองคนก็ยังอุทิศตัวให้กับการกุศล

รายของ แอลเล่น เองช่วยสนับสนุนทั้งงานวิจัยตั้งแต่ทางสมองไปจนถึงการอนุรักษ์ธรรมชาติ และวิกฤติโรคอีโบล่า ใน แอฟริกา

เกตส์ ยังบอกต่อ “พอลไม่ได้พอใจกับการตั้งบริษัทเดียว เขาตั้งใจใช้ปัญญาและความเมตตาเพื่อพัฒนาชีวิตคนพร้อมสร้างชุมชนในซีแอตเทิ่ลกับทั่วโลกให้แข็งแกร่งขึ้น เขาชอบพูดเสมอว่า ถ้ามีศักยภาพในการทำสิ่งที่ดีแล้ว เราก็ควรต้องทำมัน”

แอลเล่น เป็นรองประธานอำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ กระทั่งปี 1983 จึงลาออกเมื่อหมอตรวจพบว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ซึ่ง พบได้น้อยกว่าชนิดน็อน-ฮอดจ์กิน

“ด้วยอายุแค่ 30 แล้วต้องเจอกับเรื่องช็อก เผชิญหน้ากับความตาย มันทำให้ คุณรู้สึกว่าควรทำอะไรหลายอย่างที่คุณยังไม่เคยทำ” แอลเล่น เคยกล่าวเอาไว้ในหนังสือของตัวเองเมื่อปี 2000

พอล แอลเล่น ผู้มีส่วนทำให้คนทั่วโลกใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดายและยังเป็นเจ้าของสองทีมดังในอเมริกันเกมส์

แอลเล่น เป็นแฟนบาสเกตบอลตัวยง เริ่มสนใจอยากเป็นเจ้าของทีมตั้งแต่ยังหนุ่ม ด้วยวัยแค่ 35 เขาซื้อทีมเทรล เบลเซอร์ส เมื่อปี 1988 จาก แลร์รี่ เวียนเบิร์ก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากแคลิฟอร์เนีย ในราคา 70 ล้านเหรียญ (ค่าเงินปัจจุบัน 149.54 ล้านเหรียญ ราว 5,084 ล้านบาท)

เขาเคยบอกว่า “สำหรับแฟนที่แท้จริงของเกม นี่คือฝันเป็นจริง”

จากนั้นทีมก็เข้าเพลย์ออฟ 23 หน และเคยชิงเอ็นบีเอ 2 สมัย (1990 กับ 1992)

“พอล แอลเล่น คือผู้บุกเบิกอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องธุรกิจ, ความใจบุญ และเรื่องกีฬา” อดัม ซิลเวอร์ คอมมิสชันเนอร์ เอ็นบีเอ กล่าว “ด้วยฐานะหนึ่งในเจ้าของทีมยาวนานที่สุดของเอ็นบีเอ พอลนำมาซึ่งการค้นพบและวิสัยทัศน์ที่สำคัญกับลีก ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่”

แบ็คกราวด์ด้านเทคโนโลยีของ แอลเล่น ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของเอ็นบีเอ ในการก้าวสู่โลกดิจิทัล ทั้งในและต่างประเทศ เขายังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์เวฟ บริษัทซอฟท์แวร์ซึ่งมีบทบาทสำคัญทำให้ “อีเอสพีเอ็น” เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต ในยุค 90 โดยในปี 1995 บริษัทของแอลเล่น ได้ทำข้อตกลงกับอีเอสพีเอ็น 5 ปี ว่าจะสามารถใช้ชื่ออีเอสพีเอ็น แลกกับเงิน 2.5 ล้านเหรียญต่อปี พร้อมส่วนแบ่งโฆษณาและการขายสินค้า

ปรากฏว่าเว็บไซต์ขายโฆษณาได้ตัวเดียวในปี 1995 คือ เกอเตอเหร็ด ยอมจ่ายให้สามหมื่นเหรียญ เพื่อซื้อโฆษณา 3 เดือน แต่ แอลเล่น สนใจแค่อยากใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับแฟนกีฬาในยุคสมัยนั้น

“ผมยังจำได้ ปี 1993 ตอนเราเริ่มโครงการ พอลถามผมว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ เพื่อให้มีเว็บไซต์กีฬา” ไมค์ สเลด ซีอีโอของสตาร์เวฟกล่าว “ผมไม่รู้จริงๆ บอกไปแค่ว่า 50 ล้านเหรียญ เขาตอบว่า “โอเค” ผมอึ้งเลย แค่เนี้ยะ? ไม่มีต่อราคาว่าซัก 40 ล้านเหรียญได้มั้ย?”

“เพราะแบบนี้มันจึงเกิดขึ้น ด้วยการลงทุนที่ไม่ธรรมดา เงินทุนอย่างไม่จำกัด จากคนที่รักกีฬา และไม่แคร์ว่ามันเร็วเกินไปที่จะมีแผนงานธุรกิจในส่วนนั้น”

นอกจากนี้ทีมเกิดข้อผิดพลาดคือ holiday เข้าไม่ได้  แอลเล่น ยังมีบทบาททำให้เอ็นเอฟแอล ยังคงมีแฟรนไชส์อยู่ใน ซีแอตเทิ่ล เมื่อเข้าไปช่วยซื้อซีฮอว์คส ในปี 1996 ขณะที่ เคน เบห์ริ่ง เจ้าของเดิม ขู่และตั้งใจจะย้ายแฟรนไชส์ ลงไปทางตอนใต้แคลิฟอร์เนีย เนื่องจากไม่ได้ทุนสร้างสนามใหม่ตามที่ต้องการ

 

Tags :

”อัซซูร์ร่า” นาโปลี  สมัครเล่น ฮอลิเดย์ รองแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ไม่ทำให้กองเชียร์ตัวเองต้องผิดหวัง หลังไล่บดเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปแบบหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยของ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ที่ซัดนาทีสุดท้ายให้ทีมซิวสามแต้มแรก พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่ม ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

โดยเกมแรก สมัครเล่น ฮอลิเดย์  นาโปลี ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ เซอร์เวน่า ซเวซด้า ทีมจากเซอร์เบีย 0-0 ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มสวยเมื่อเบียดเอาชนะ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง มาสนุก 3-2

แนวรุกของเจ้าถิ่นวันนี้ คาร์โล อันเชลอตติ ส่ง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ลงเล่นแทน ดรีส์ เมอร์เท่นส์ โดยประสานงานร่วมกับ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ และโฆเซ่ กาเยฆ่อน ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ยังคงใช้ 3 แนวรุกเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

 สมัครเล่น ฮอลิเดย์

เริ่มเกม นาโปลี ทำได้ดีกว่า และแค่นาทีที่ 10 หวิดจะชิงขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเลียดถากเสาออกไปแบบได้เสียว

”อัซซูร์ร่า” ยังปั้นเกมรุกได้ดีกว่า นาที 16 ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง ฮัมซิค จ่ายให้ อินซินเย่ กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลโด่งข้ามคานไป

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

นาที 19 “หงส์แดง” ต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนแรก หลัง นาบี เกอีต้า มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไปไม่ไหว ทำให้ต้องส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาเล่นแทน

โอกาสยิงหนแรกของทีมเยือนต้องรอถึง นาที 26 บอลจาก โรเบิร์ตสัน ไหลมาถึง จอร์จินโย่ ไวนัลดุม อัดด้วยขวาแต่บอลก็ไม่ตรงกรอบ

นาที 33 เจ้าถิ่นยังดาหน้าชวนทะเลาะต่อเนื่อง เกมขึ้นทางด้านซ้ายของ มาริโอ รุย ครอสเข้ากลางมาถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กลับตัวยิงด้วยซ้ายแต่บอลน้ำหนักเบายังไปติดเซฟของ อลีสซง ที่ปัดไว้ได้

นาที 38 นานๆทีจะเป็นโอกาสเข้าทำของ “หงส์แดง” คราวนี้ได้โอกาสส่องไกลจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่บอลยังโด่งข้ามคานไปแบบหมดลุ้น

ท้ายเกม มิลเนอร์ มาเสียใบเหลืองไปอีกราย ถัดมาช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ มิลิค พุ่งเข้าโขกในกรอบ 6 หลาแต่ดีที่บอลยังไปตรงตัว อลีสซง รับไว้ได้

จบครึ่งแรก นาโปลี ยังเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

ครึ่งหลัง นาโปลี ยังมาสไตล์เดิมเดินหน้าเล่นเกมรุกเต็มสูบ นาที 50 อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ที่วันนี้มีโอกาสมากกว่าใคร ได้ตะบันยิงนอกกรอบอีกครั้งแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ อลีสซง ที่พุ่งเซฟไว้หวุดหวิด

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

มิลิค วันนี้โอกาสยิงมากกว่าใครแต่ยิงทิ้งยิงขว้างหมด

ถัดมาอีก สองนาที เป็นโอกาสยิงของ ฟาเบียน รุยซ์ บ้างหลังเติมมาหวดตูมเดียวแต่บอลพุ่งไปตรงตัว อลีสซง ที่รับไว้ไม่มีปัญหา

เกมรุกของ ”อัซซูร์ร่า” ยังคงโดดเด่นและทำได้ดีกว่า นาที 59 พลาดโอกาสชิงขึ้นนำอีกรอบ อินซินเย่ ได้บอลทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ มิลิค ที่วิ่งมายิงโล่งๆ ด้วยซ้ายแต่บอลหลุดนอกกรอบไปไกล

นาที 68 เป็นโอกาสยิงครั้งแรกของ โม ซาลาห์ ในเกมนี้หลังเก็บตกบอลหน้าหัวกระโหลกก่อนจะตั้งเท้ายิงด้วยซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งถากเสาออกไปแบบได้เสียว

อินซินเย่ซัดชัย! นาโปลีเปิดรังเชือดลิเวอร์พูลหวิว นำฝูงกลุ่มศึกชปล.

นาที 75 นาโปลี เร่งเกมค่อนข้างหนัก คูลิบาลี่ ได้บอลโยนจากด้านซ้ายไปถึง กาเยฆ่อน ที่วิ่งมาหวดด้วยขวาแบบไม่จับบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีที่ โกเมซ แนวรับทีมเยือนปรี่เข้ามาสกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด

นาที 82 นาโปลี พลาดโอกาสทองขึ้นนำอีกครั้ง หลังบอลครอสจากด้านข้างมาถึง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาสอดมาแปบอลไปชนคานอย่างจัง

เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่ช่วงนาทีสุดท้าย แฟนของนาโปลีต้องเฮลั่นทั้งสนาม เมื่อ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ มาพังประตูสำคัญเมื่อพุ่งสไลด์ผ่านมือ อลีสซง ตุงตาข่ายให้ เจ้าถิ่นขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 สำเร็จ

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบการแข่งขัน นาโปลี เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปแบบหวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน นำจ่าฝูงของกลุ่ม ส่วนลิเวอร์พูลพ่ายนัดแรกมี 3 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นาโปลี (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า – นิโคล่า มักซิโมวิช, ราอูล อัลบิโอล, คาลิดู กูลิบาลี่, มาริโอ รุย – อัลลัน, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม) (ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้ น.81), ฟาเบียน รุยซ์ (ซิโมเน่ เวอร์ดี้ น.68) – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค (ดรีส์ เมอร์เท่นส์ น.68), ลอเรนโซ่ อินซินเย่

เทรนเนอร์ : คาร์โล อันเชลอตติ

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ ดาวน์โหลด โปรแกรม holiday palace  อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์ (กัปตันทีม) (ฟาบินโญ่ น.76), จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอีต้า (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.19) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ (แดเนียล สเตอร์ริดจ์ น.89)

Tags :