เร่เข้ามา!ที่ทีม ฟุตบอล แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

ฟุตบอล

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

ทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)นอกจากนั้น “ปีศาจแดง” ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้ว

ฟุตบอล

    1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ “ปีศาจแดง” พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

    2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์ 

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

    3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

    4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ “ปีศาจแดง” พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

    5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ “ปีศาจแดง” อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

   6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

“ปีศาจแดง” พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ “ปีศาจแดง-ดำ” ไม่สนใจ

    7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์ 

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ “ปีศาจแดง” ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

  8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

   9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

เว็บ เล่นholiday มือถือ บอกว่านายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

“ปีศาจแดง” พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

เร่เข้ามา!ของทีม ฟุตบอล แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

ฟุตบอล

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

ทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)นอกจากนั้น “ปีศาจแดง” ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้วย

ฟุตบอล

แน่นอนว่า เมื่อมีนักเตะเข้ามาก็ต้องมีคนย้ายออกไป โดยที่อยู่ในข่ายโดนโละมี 9 คน และตั้งราคาเอาไว้ดังนี้

    1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ “ปีศาจแดง” พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

    2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์ 

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

    3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

    4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ “ปีศาจแดง” พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

    5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ “ปีศาจแดง” อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

   6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

“ปีศาจแดง” พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ “ปีศาจแดง-ดำ” ไม่สนใจ

    7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์ 

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ “ปีศาจแดง” ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

  8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

   9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

เว็บ เล่นholiday มือถือ บอกว่าทางนายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

“ปีศาจแดง” พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

ทีม ฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ คือเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ฟุตบอล

ทีม ฟุตบอล แมนฯ ซิตี้ คือเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้เป็นเต็งหนึ่ง ทั้งๆ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าพวกเขามีปัญหาในเกมรับจนมักจะเสียประตูง่ายๆ แบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้นได้ตลอดเวลา

ทีม ฟุตบอล สีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์มีอันต้องปราศจากดาวถล่มประตูตัวฉกาจอย่าง กุน อเกวโร่ จนทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุกลดลงไปพอสมควรอีกต่างหากแล้วเหตุไฉนพวกเขายังคงถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่ง ???

ฟุตบอล

เหตุผลสำคัญประการแรกคือศักยภาพของพวกเขานั่นแหละ เพราะถ้าว่ากันถึงเรื่องขุมกำลัง แมนฯ ซิตี้ ไม่เป็นรองคู่แข่งที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ ขณะที่ฟอร์มการเล่นในรอบก่อนหน้านี้ก็มิใช่เบา หลักฐานคือการเอาชนะทีมเทวดาอย่าง เรอัล มาดริด แบบไป-กลับอย่างไม่ระบมหัวแม่ตีนสักเท่าไหร่

การเจอกับคู่แข่งที่อ่อนกว่าอย่าง ลียง ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย คือเหตุผลประการต่อมา

ส่วนเหตุผลสำคัญอีกประการคือ แมนฯ ซิตี้ มีผู้จัดการทีมระดับอ๋องอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นี่แหละ

ในสายตาของท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม – เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คือผู้จัดการทีมที่อุดมด้วยคุณภาพมากที่สุด ณ ปัจจุบัน

นอกจากยังเอาวิธีการเล่นแบบ “พาสซิ่ง” กับ “เพรสซิ่ง” มาสังวาสกันได้อย่างเมามัน

สังเกตได้ว่าเมื่อลูกทีมของเขาแย่งบอลจากคู่แข่งได้สำเร็จจากการ “เพรสซิ่ง” แมนฯ ซิตี้ จะไม่เร่งเกมรุกแล้วบุกจู่โจมทันที แต่จะต่อบอลกันก่อนสัก 5-6 จังหวะ ด้วยเหตุผล 2 ประการ

หนึ่งคือหากรีบจู่โจมแบบกล้าได้กล้าเสียอย่างปัจจุบันทันด่วน มันจะขาดความแน่นอนจนมีโอกาสเสียการครอบครองบอล

แหม่…อุตส่าห์ไล่บี้บอลจนแย่งมาได้ เสียพลังงานไปมิใช่น้อย จึงไม่ควรเสียบอลคืนให้คู่แข่งอย่างรวดเร็ว

หนึ่งคือต้องการจัดระเบียบผู้เล่นให้ตรงตำแหน่งตามผังการเล่นที่วางไว้ก่อน เพราะหากพลาดท่าถูกสวนกลับก็จะได้มีผู้เล่นที่รับผิดชอบอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง

บ่อยครั้งที่พวกเขาเสียการครอบครองบอลแล้วจะรีบชิงจังหวะทำฟาวล์ เพื่อหยุดเกมโดยพลัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถูกสวนกลับขณะผู้เล่นยังไม่อยู่ในตำแหน่ง อันแสดงให็เห้นถึงความรัดกุมและรอบคอบอยู่ในที

หลักสำคัญคือการครองบอลให้มากกว่าคู่แข่ง ในเมื่อทั้งสนามมีบอลอยู่แค่ลูกเดียว หากมันอยู่กับตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ โอกาสที่จะแพ้มันก็ลดน้อยลงไปตามหลักคณิตศาสตร์

ส่วนใหญ่ความปราชัยของ แมนฯ ซิตี้ มักจะบังเกิดจากการบุกมากกว่าแล้วดันยิงประตูไม่ได้ หรือทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด เรียกว่าเป็นวันซวยของพวกเขา

เวลาเสียประตูก็มักจะเกิดจากความผิดพลาดกันเอง

ยกตัวอย่างเช่นกองหลังวิ่งชนกันอะไรแบบนั้น

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะกุนซือมาแล้ว 2 สมัย (2009 และ 2011) ตอนที่ยังเป็นนายใหญ่ของ บาร์เซโลน่า แต่กลับไม่เคยเสกให้ บาเยิร์น มิวนิค และ แมนฯ ซิตี้ เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลรายการนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

อย่าว่าแต่เข้าชิงฯ เลยครับคุณ เอาแค่รอบตัดเชือก กุนซือวัย 49 กะรัตผู้นี้ก็ไม่เคยพา แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้าไปถึงสักครั้งจนถูกตั้งข้อสังเกตว่านับตั้งแต่ไม่มี ลีโอเนล เมสซี่ เป็นลูกทีม เขาก็ไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการนี้ ซึ่งในมุมมองของผม – ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จัดเป็นการชิงชัยที่มีอัตราความยากมากที่สุดในเมืองมนุษย์ – มากกว่าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศตัวเองเสียอีก

เพราะนอกจากจะอุดมด้วยคู่ขับเคี่ยวที่จัดอยู่ในประเภท เสือ สิงห์ กระทิง แรด และหงส์ มันยังขึ้นอยู่กับโชคดวง รวมถึง “จังหวะ” และ “เวลา” ซึ่งไม่เข้าใคร-ออกใคร และไม่สามารถกำหนดได้อีกต่างหาก

คิดง่ายๆ ครับ คือถ้าวัดจากศักยภาพของทีม ขุมกำลังและฟอร์มการเล่น ขอบอกว่า แมนฯ ซิตี้ เหมาะสมกับการเป็นเจ้ายุโรปอย่างแน่นอน เฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างปี 2017 ถึงปี 2019 คือช่วงเวลาที่ทีมสำเภาเศรษฐีมีความเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยองมากที่สุด ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติดต่อกัน โดยทำคะแนนรวมกันถึง 198 แต้มเลยทีเดียว

    ฤดูกาลที่แล้ว แมนฯ ซิตี้ สถาปนาตัวเองเป็นโคตรทีมไร้เทียมทาน ด้วยการกวาด 3 แชมป์ในประเทศอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยวิธีการเล่นอันล้ำเลิศยิ่งนัก

ทว่าพวกเขาพลาดท่าตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยอะไรที่เรียกว่า “VAR” ที่ถูกนำมาใช้ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก

ในการปะทะกับ สเปอร์ส นัด 2 ที่บ้านของตัวเอง แมนฯ ซิตี้ เสียประตูจาก VAR แลก็ไม่ได้ประตูจาก VAR จนตกรอบด้วยกฏอะเวย์โกลอย่างน่าเจ็บใจยิ่งนัก

หมายความว่าถ้าไอ้เทคโนโลยีช่วยผู้ตัดสินอย่าง VAR ยังไม่ถูกนำมาใช้ พวกเขามีโอกาสสูงมากที่จะใช้ทีมเยาวชนปลดแอกอย่าง อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม เป็นทางผ่านในรอบตัดเชือก และเข้าไปเจอกับ ลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศเป็นอย่างต่ำ

เว็บ viva9988 สมัคร บอกว่าเห็นไหมครับว่าเก่งอย่างเดียวไม่พอ มันขึ้นอยู่กับ “จังหวะ” และ “เวลา” ด้วยจริงๆ

ฤดูกาล 2017-18 “พาสซิ่งเกม” ที่เซ็กซี่ของ แมนฯ ซิตี้ ถูกกระทืบจนแหลกสลายคาตีนด้วย “เฮฟวี่ เมทั่ล ฟุตบอล” ที่รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดและหนักหน่วงปานภูผาถล่มทลายของ ลิเวอร์พูล ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2016-17 ก็เจอดันไปเจอทีเด็ดของ โมนาโก จนจอดอยู่แค่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยกฏอะเวย์โกล

นอกจากนี้ประวัติศาสตร์ของทีมก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะมันนำมาซึ่ง “พลังงานบางอย่าง” ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์

การไม่ค่อยมี “ฮิสตอรี่” ของ แมนฯ ซิตี้ นี่แหละทำให้พวกเขาปราศจากพลังงานบางอย่างอันนำมาซึ่งความมหัศจรรย์เหมือนกับที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยบ้วนออกมาจากปาก เมื่อ 1999 ว่า “Football – Bloody Hell”

ความยากของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และนาทีนี้อยู่ในรอบตัดเชือกที่จะต้องเซิ้งกับผู้ชนะระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมเก่าของตัวเองนี่แหละ

 

ฤดูกาลเดียวมากที่สุดถึง 14 ครั้งทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด

ฟุตบอล

โทษฐานที่ทำสถิติได้จุดโทษภายในเวลาฤดูกาลเดียวมากที่สุดถึง 14 ครั้งทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด จึงได้รับเกียรติอย่างแรง ด้วยการถูกยกให้เป็น “แชมป์จุดโทษ” แบบสมภาคภูมิ เสียนี่กระไร

ได้รับเกียรติซะขนาดนี้ บรรดาเด็กผีควรจะยินดียอมรับ เพราะจะว่าไปมันก็น่าภูมิใจเหมือนกันนะครับถ้าเอาแบบที่เขาถ่มถุยกันในโลกโซเชี่ยลก็ต้องบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยัดเงินซื้อผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีกเอาไว้เรียบร้อยแล้วนั่นแหละบ้างก็บอกว่าทีม ฟุตบอล  แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมมาเฟียที่ผู้ตัดสินให้ความยำเกรงมาตั้งแต่ตอนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังไม่วางมือ

ฟุตบอล

บางคนก็ถ่มถุยต่อมาว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มีทางจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 3 ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน – เอาเข้าไป

นี่คือความเห็นของพวกแฟนบอลบางประเภทที่วันๆ สักแต่จะล้อเลียนและถากถางกันแบบเอาเป็นเอาตายในโลกโซเชี่ยลที่นับวันยิ่งทวีความน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปราศจากการคิด – วิเคราะห์ และแยกแยะ

แต่หากลองพินิจและพิจารณาถึงความเป็นไปได้ตามหลักวิทยาศาสตร์แบบเพียวๆ ถึงสาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดโทษมากที่สุด

อันดับแรกคือผู้เล่นในแผนกเกมรุกของปีศาจแดงมีความคล่องแคล่วและรวดเร็วประหนึ่งได้รับอนุญาตจากท่านยมบาลให้แหกโค้งไปชนเสาไฟฟ้าคอหักตายได้วันละ 3 เวลา

ผู้เล่นในหน่วยล่าสังหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด อันประกอบด้วยตัวหลักอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู๊ด, ดาเนี่ยล เจมส์ และบรูโน่ แฟร์นันด์ส – พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีสปีดกงล้อตีนที่รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม แถมมีความสามารถเฉพาะตัวสูงอีกต่างหา

ขนาดมิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง ปอล ป็อกบา ที่ไม่ได้มีความเร็วอะไรมากมาย แต่ด้วยทักษะความสามารถเฉพาะตัวบวกกับความแข็งแกร่ง ดาวเตะค่าตัว 89 ล้านปอนด์ผู้นี้เคยเลี้ยงหลบคู่แข่งจนถูกดึงแทบหงายท้องเรียกจุดโทษให้ทีมได้สำเร็จมาแล้ว

ยิ่งกองหน้ามีความเร็วและคล่องมากเท่าไหร่ มันก็มีโอกาสโดนกองหลังคู่แข่งหยุดด้วยการทำฟาวล์มากขึ้นเท่านั้น อันนี้เป็นเหตุผลเบื้องต้นที่ใครๆ ก็น่าจะนึกได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม

ใครบางคนเคยเอาเหตุผลของผมในข้อนี้ไปโต้แย้งแบบลับหลัง โดยอ้างว่า…แล้วกองหน้าทีมอื่นไม่มีความรวดเร็วหรือ ???

กองหน้าทีมอื่นก็เร็วเหมือนกัน ทำไมถึงไม่ได้จุดโทษบ่อยๆ เหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด

อืมมมมม…จริงๆ อยากตอบกลับไปว่า ‘กูจะไปรู้ป้ามึงเหรอครับ’ คือกองหน้าทีมอื่นๆ มันก็คงเร็วเหมือนกันนั่นแหละ ไม่เถียง และกองหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เร็วอยู่แค่ทีมเดียวแน่ๆ เพียงแต่กู เอ๊ย! ผมไม่ได้วิเคราะห์ถึงทีมอื่นไงครับ ผมแค่พยายามหาสาเหตุว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงได้จุดโทษมากกว่าชาวบ้าน ซึ่งบางทีอาจเพราะพวกเขามีผู้เล่นในแผนกกองหน้าที่รวดเร็ว…ก็…เป็น…ได้

อันดับต่อมาคือวิธีการเล่นเกมรุก

เมื่อสังเกตจากการทำเกมรุกของทีมปีศาจแดงจากการทำงานของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุณจะพบว่าพวกเขาชอบทำชิ่ง 1-2 เพื่อเจาะเข้าไปในกรอบเขตโทษ

เฉพาะอย่างยิ่ง 3 ประสานในตำแหน่งกองหน้า รวมถึงเพลย์เมคเกอร์อย่าง “บรูโน่” ที่จะใช้วิธีทำชิ่งจังหวะเดียวบ้าง 2 จังหวะบ้าง แล้วสอดตัวเข้าไปหาจังหวะสับไกในกรอบเขตโทษ

นอกจากนี้ยังมีการแทงทะลุช่องสลับกับวางบอลยาวจากแนวลึกให้ผู้เล่นที่เร็วกว่านรกอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และเมสัน กรีนวู๊ด พุ่งโฉบเอาบอล เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะสวนกลับที่มีพื้นที่ว่างมากมาย

บ่อยครั้งก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากลูกเข้าไปหาจังหวะสับไกในกรอบเขตโทษมากกว่าการเปิดเข้ามาจากทางริมเส้น

แน่นอนว่าด้วยรูปแบบเล่นลักษณะนี้มันค่อนข้างล่อตีนคู่แข่งและเสี่ยงต่อการโดนทำฟาวล์

ที่สำคัญทีมที่เน้นเกมรุก และพยายามเข้าทำเร็ว ย่อมมีโอกาสได้จุดโทษมากกว่าทีมที่เน้นเกมรับอย่างรัดกุมอยู่แล้ว

สังเกตได้ว่าส่วนใหญ่ จุดโทษที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับในฤดูกาลนี้ ผู้เล่นสายพันธุ์อสูรแดงโดนคู่แข่งเสียบคว่ำจริงๆ นี่หว่า…หาได้พุ่งล้ม

ตัวอย่างล่าสุดในเกมสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตูของ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะถูก จอนนี่ อีแวนส์ และ เวส มอร์แกน พุ่งเข้าเสียบจากข้างหลังพร้อมกันอย่างหนักหน่วง โดยไม่สัมผัสบอลเลยสักนิด มันก็ชัดเจนเหลือเกินน่าจะมีความเป็นจุดโทษมากกว่าลูกตั้งเตะจากประตู

หากใครมองว่าจังหวะนั้นควรเป็นลูกตั้งเตะจากประตู หรือมองว่า ‘ไอ้หมัก’ ควรโดนใบเหลือง ข้อหาพุ่งล้ม แนะนำว่ามึงเปลี่ยนไปดู ‘เปตอง’ ดีกว่า อย่ามาดูเกมฟาดแข้งเลยครับ เพราะมันคงดูยากเกินสติปัญญา

ในเมื่อโดนทำฟาวล์ในเขตโทษจริงๆ มันก็ต้องเป็นจุดโทษสิ มึงจะให้ทำอย่างไรล่ะ ???

แล้วอย่าลืมสิครับว่าเดี๋ยวนี้มี VAR มาช่วยตัดสินแล้วด้วย

ย้ำอีกครั้งว่ามี VAR มาช่วยตัดสินแล้ว

ประเภทเลี้ยงๆ อยู่แล้วเกิดอาการขาอ่อนเสียการทรงตัวและหัวใจล้มลงไปกองบนฟลอร์หญ้าแบบไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น หรือประเภทเลี้ยงๆ อยู่แล้วทำหลังแอ่นพลางดีดตัวไปข้างหน้าดื้อๆ (ท่านี้คุ้นๆ นะ) ผู้ตัดสินเขาไม่เป่าให้มึงหรอกครับ

เพราะเขามองออกว่าเป็นการตบตา

ประมาณว่ามันไม่เนียน ไปเรียนมาใหม่

สุดท้ายมันคงเป็นเรื่องของจังหวะ และโชคดวง

บางทีของอย่างนี้มันไม่เข้าใครออกใคร แล้วก็ไม่มีใครมาบังคับ ไม่มีใครใช้ให้คู่แข่งมาเตะมาเสียบผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเขตโทษสักหน่อย

อย่างจังหวะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หมุนตัวพลิกบอล ก่อนเอาปุ่มสตั๊ดไปเฉาะหน้าแข้งของผู้เล่น แอสตัน วิลล่า แล้วดันเจ็บเองแถมได้จุดโทษนั้น

หากใครได้ดูการถ่ายทอดสดเกมนั้น เห็นจังหวะนั้น และดูภาพช้าในจังหวะนั้นอย่างตั้งใจ โดยพอจะดูบอลเป็นบ้างก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นจังหวะเทิร์นบอลของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แล้วไปปะทะกันกับกองหลังที่พุ่งเข้ามาสกัดแบบไม่ตั้งใจ หาได้มีเจตนาพุ่งล้ม

อนึ่ง ผู้ชมทางบ้านอย่างผมมองว่าจังหวะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ควรได้จุดโทษหรอกครับ ยอมรับ เพราะต่างคนต่างเจตนาเล่นบอล

แต่ VAR ดันยืนยันว่าเป็นจุดโทษ…ซะอย่างนั้น ผมถึงบอกอยู่นี่ไงครับว่ามันเป็นเรื่องของจังหวะ และโชคดวงด้วย โดยอธิบายง่ายๆ ว่าทุกทีมมีสิทธิ์ได้จุดโทษบ่อยๆ เหมือนกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจังหวะมันจะไปตกอยู่ที่ทีมใดมากที่สุด

ปัญหาคือ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่อุโฆษบันลือจนเป็นที่สนใจมากกว่าชาวบ้านไง

ทีมอื่นได้จุดโทษบ่อยไม่เป็นไร ไม่มีใครสนใจ ยกตัวอย่างเช่น ลาซิโอ ในกัลโช่ที่ซีซั่นนี้ได้จุดโทษไปแล้ว 17 ครั้ง

หรือลองนึกดูนะครับว่าถ้ากากทีมที่ได้จุดโทษมากที่สุดในฤดูกาลนี้คือ เบิร์นลี่ย์ หรือ เซาธ์แฮมป์ตัน มันก็คงไม่มีใครใคร่สนใจเอาเรื่องสักเท่าไหร่

เว็บ ติด ตั้ง holiday palace แต่พอเป็นทีมดังอย่าง “ปีศาจแดง” เท่านั้นแหละ มันจะหนักหัวกบาลอย่างจงหนัก กระเสือกกระสนทุรนทุราย ประหนึ่งพวกพี่ๆ เขาไปได้จุดโทษบนฮวงซุ้ยอาว์ม่ามึงขึ้นมาทันที

มิเท่านั้น

การได้จุดโทษบ่อยครั้งที่สุดในพรีเมียร์ลีก มันคงมีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 แบบไม่คิดไม่ฝันจนได้กลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั

“มาเน่-โจนส์” โคตรฮีโร่! เจาะ 5 ประเด็นทีม ฟุตบอล ลิเวอร์พูล ทุบ แอสตัน วิลล่า 

ฟุตบอล

ทีม ฟุตบอล ลิเวอร์พูล กลับมาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่ทุบ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ “หงส์แดง” ไม่แพ้ใครในบ้านกับการเล่นเกมลีกไปแล้ว 57 แมตช์ โดยชนะ 47 เสมอ 10 แมตช์ แถมยังชนะรวด 24 เกมติดต่อกันซะด้วย

    ทีม ฟุตบอลหงส์แดง” เพิ่งจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการเผาเครื่องในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมของเขากลับมาเรียกศรัทธา คืนได้ทันที โดยไล่ต้อน วิลล่า โดยได้สองประตูจาก ซาดิโอ มาเน่ และ เคอร์ติส โจนส์ ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

ฟุตบอล

1.  มาเน่ สำคัญเสมอ 

    ก่อนที่จะเกิดมาตรการล็อกดาวน์ มีการพูดกันในวงกว้างว่า นักเตะแห่งปีของสโมสร น่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม “หงส์แดง” ซึ่งว่ากันว่าควรจะได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาลนี้

แต่สำหรับนักเตะที่ดีที่สุดจากมุมมองของสาวก “เดอะ ค็อป” แน่นอนว่าพวกเขาโหวตให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ให้รับตำแหน่งแข้งแห่งปีของพวกเขา โดย ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 มีบทบาทสำคัญมากๆ ในเกมรุกของทีม โดยเฉพาะการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ดิว็อค โอริกี้ ขาดคุณภาพในการจบสกอร์

ดาวเตะชาวเซเนกัล จัดการซัดประตูแรกให้กับทีม ซึ่งเป็นประตูที่ 20 ของเขาจากการเล่นทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังเป็นประตูที่ 50 ที่สามารถยิงได้ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย ที่สำคัญเขามีส่วนอย่างยิ่งในการช่วย “เดอะ เร้ดส์” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

2. ได้เวลาใช้ระบบโรเตชั่น

    การเห็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มเป็นห่วงสภาพร่างกายของทั้งคู่ที่กรำศึกหนัก และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ซึ่งเกมปะทะกับ วิลล่า ทั้งสองคนค่อนข้างจะเล่นไม่ออก และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากอาการล้าจากการลงสนามบ่อยเกินไป

ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ คล็อปป์ เตรียมที่จะใช้ระบบโรเตชั่นในเกมที่จะดวลกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ เบิร์นลี่ย์ โดยนักเตะที่เตรียมจะได้รับโอกาสก็คงหนีไม่พ้น เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งน่าจะได้ลงสนามในแมตช์พบ ไบรท์ตัน วันพุธนี้โดยจะเป็นการลงเล่นตัวจริงในลีกแมตช์แรกของเขา ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลงประจำการแทน โรเบิร์ตสัน ที่จะได้พักร่างกายหลังกรำศึกมานาน

ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการซัดประตูติดกล่องซึ่งเป็นการฉลองการขยายสัญญาของนักเตะไปในตัว โดยตอนนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 แมตช์และต้องการอีก 2 เกม ก็จะทำให้เขาได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแน่นอนว่า คล็อปป์ เตรียมจะให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

3. เบ็คเกอร์เหนียวหนึบเหลือเกิน 
อลีสซง เบ็คเกอร์ มีลุ้นที่จะรักษารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ “โกลเด้น โกลฟ” ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทัพ “หงส์แดง” มาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดก็จัดการเก็บคลีนชีต ในแมตช์สอย แอสตัน วิลล่า ที่แอนฟิลด์

ฟอร์มของ อลีสซง มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ “เดอะ เร้ดส์” ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ โดยในแมตช์รับมือ “สิงห์ผงาด” นายทวารรูปหล่อทีมชาติบราซิล โชว์ลีลาการป้องกันประตูได้หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ต้นสังกัดเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

4. โจนส์ นับวันยิ่งอนาคตสดใส 
เคอร์ติส โจนส์ ชื่อนี้สาวก “เดอะ ค็อป” ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ เพราะนี่คืออนาคตของ “หงส์แดง” อย่างแท้จริง โดยนักเตะเพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี แต่มีส่วนอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของสโมสร โดยเฉพาะการลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ ในฤดูกาลนี้

โจนส์ เพิ่งจะได้รับรางวัลด้วยการสลัดน้ำหมึกขยายสัญญายาวอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ และเขาก็จัดการฉลองด้วยการตะบันประตูตอกฝาโลงใส่ แอสตัน วิลล่า ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทีมรักไปแล้ว 3 ลูกจากทุกรายการ และเป็นประตูแรกในเกมพรีเมียร์ลีก

ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 84 และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็ใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดในฐานะผู้ทำประตูได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า โจนส์ เป็นความภาคภูมิใจของสาวก “เดอะ ค็อป” เพราะเขามีความเป็น “สเกาเซอร์” ทั้งตัวและหัวใจตั้งแต่เยาว์วัย

ยิ่งไปกว่านั้น โจนส์ ยังกลายเป็นแข้งลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุด (19 ปี กับ 157 วัน) ที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ที่ เทนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (19 ปี กับ 80 วัน) เคยทำได้มาแล้วในแมตช์ที่นำทัพ “หงส์แดง” ปะทะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2017
5. ลุ้นทำสถิติทะลุ 100 คะแนน
คงจะไม่ใช่เป็นการอวยกันเกินไป หากจะบอกว่า คล็อปป์ ยังคงมองเห็นโอกาสในการนำ ลิเวอร์พูล ทำแต้มให้เกินทะลุหลัก 100 คะแนนในฤดูกาลนี้ หลังพวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญในแมตช์รับมือ แอสตัน วิลล่า ทำให้ความหวังที่จะเห็นสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีก เริ่มกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

เว็บ holiday palace สมัคร บอกว่าสำหรับตอนนี้เหลือเกมลีกให้ลงสนามอีกเพียง 5 แมตช์ และจากการที่ “หงส์แดง” จัดการสอย วิลล่า 2-0 ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มได้อีกเป็น 89 คะแนน และจากแมตช์ที่เหลืออยู่มีถึง 15 แต้มให้เก็บ ฉะนั้นหากพวกเขาสามารถสอยชัยชนะได้ทั้งหมดจะมีคะแนนเบ็ดเสร็จ 104 แต้ม ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในการเก็บคะแนนสูงสุดในลีก

ต้องบอกเลยว่าสถิตินี้มีความสำคัญมากๆ กับ “เดอะ เร้ดส์” เพราะเป็นเหมือนแรงกระตุ้นของ คล็อปป์ และลูกทีม ในการทำคะแนนให้ได้สูงสุด และยังเป็นการทำผลงานได้เหนือกว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำสำเร็จตอนคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2017/2018 ด้วยสถิติ 100 คะแนน

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องตัดสินใจซัมเมอร์นี้

ฟุตบอล

เปิด 5 เรื่องสำคัญที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องรีบตัดสินใจในซัมเมอร์นี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับไปไล่ล่าแชมป์ซีซั่นหน้า

 ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 กำลังจะกลับมาแข่งกันต่อในวันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้ หลังหยุดยาวมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ฟุตบอล

ก่อนที่ลีกจะระงับเตะไปนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 5 ของตาราง ตาม เชลซี ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนน โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” หวังขยับพาทีมขึ้นไปติดท็อปโฟร์ให้ได้ เพื่อไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

ไม่ว่าซีซั่นนี้จะจบลงอย่างไร โซลชา ก็ยังมีหลายสิ่งให้คิดหนักในช่วงซัมเมอร์ ก่อนที่จะมีเวลาพักไม่นานกับการเปิดฉากฤดูกาลใหม่ โดย 5 เรื่องที่ต้องรีบตัดสินใจมีดังนี้ (ตามการวิเคราะห์จาก เดลี่ สตาร์)

1. ใครจะเป็นมือ 1 

ในเวลานี้ นายทวารมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน อย่างไรก็ตาม เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลบางส่วนให้ดึง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาเป็นมือ 1

เฮนเดอร์สัน ทำผลงานเยี่ยมระหว่างที่ไปเล่นให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว จนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีม “ดาบคู่” มีลุ้นทำอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรป

โซลชา ควรตัดสินใจให้ชัดเจนว่า ใครจะเป็นมือ 1 ในซีซั่นหน้า และหากเป็น เด เคอา เหมือนเดิมก็ต้องตัดสินใจถึงอนาคตของ เฮนเดอร์สัน ว่าจะปล่อยยืมต่อหรือไม่

2. คู่ขาของ แม็กไกวร์

แน่นอนว่า เซนเตอร์แบ็กตัวหลักของ “ปีศาจแดง” คือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ซื้อมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปีที่แล้ว และเวลานี้เป็นกัปตันทีมไปแล้ว

อย่างไรก็ดี ปัญหาคือใครกันที่เหมาะจะมายืนคู่กับ แม็กไกวร์ โดยซีซั่นนี้ส่วนใหญ่จับคู่กับ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ แต่ก็มีหลายนัดที่ดาวเตะสวีดิช ยังแสดงให้เห็นว่ามีหลุดๆ ไปบ้าง

โซลชา ต้องรีบตัดสินใจว่า จะหาเซนเตอร์แบ็กคนใหม่ หรือให้โอกาส ลินเดอเลิฟ ต่อไป หรือจะเปิดโอกาสให้ อักเซล ตวนเซเบ้

3. แบ็กซ้าย

เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่ง แจ้งเกิดในฤดูกาลนี้ แต่ช่วงหลัง ลุค ชอว์ ก็กลับมาทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง และมีประสบการณ์มากกว่า

มีหลายนัดที่ โซลชา ขยับ ชอว์ ไปเล่นในบทบาทกองหลัง 3 คน แล้วดัน วิลเลี่ยมส์ ไปเป็นวิงแบ็ก แต่ถ้ากุนซือชาวนอร์เวย์ จะเล่นระบบแบ็กโฟร์ก็ต้องเลือกว่าระหว่างทั้งคู่ใครคือแบ็กซ้ายตัวจริง

4. บทบาทของ บรูโน่

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส เพิ่งย้ายเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา แล้วทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันที

อย่างไรก็ตาม เวลานี้ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส หายเจ็บกลับมาฟิตพร้อมเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ทำให้น่าสนใจว่า โซลชา จะจับทั้งคู่เล่นให้เข้ากันได้อย่างไร

นอกจากนั้น ยังมีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้กองกลางอย่าง แจ็ค กรีลิช และ เจมส์ แมดดิสัน มาเสริมทัพอีกด้วย ดังนั้น โซลชา ต้องตัดสินใจกับบทบาทของ บรูโน่ ให้ดี

5. อนาคตของ โกเมส

อังเกล โกเมส กองกลางดาวรุ่ง ได้รับคำชมว่าจะมีอนาคตที่สดใส แต่อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากสัญญาของเจ้าตัวมีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น

ถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีม ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี และ บาร์เซโลน่า ให้ความสนใจในตัวเขาอยู่

เว็บ ดาวน์โหลด โปรแกรม holiday palace เผยว่าทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะต้องรีบเสนอสัญญาใหม่และเพิ่มค่าเหนื่อยให้ โกเมส รวมทั้งให้โอกาสได้ลงสนามมากกว่าเดิมด้วย

กดไปหมื่นกว่าล้าน!ตัดเกรดแข้งแมนยูยุคฟานกัลเซ็นเข้าทีม ฟุตบอล

ฟุตบอล

เปิดรายชื่อแข้งทีม ฟุตบอล ผีแดง แมนฯยูไนเต็ด ที่เซ็นเข้าทีม ในยุคหลุยส์ ฟานกัล คุมทีม หลังเจ้าตัวออกมาถล่มทีมเก่ายับ ว่าไม่ยอมซื้อนักเตะที่ตัวเองต้องการเลย โดยมียอดการใช้จ่าย สูงถึง 294 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 11,538 ล้านบาทเลยทีเดียว

หลังจาก หลุยส์ ฟาน กัล อดีตผู้จัดการทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงจวก “ปีศาจแดง” ว่า ไม่ยอมซื้อนักเตะที่ตัวเองต้องการเลย หลังเข้ามาทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ส่งผลให้สุดท้ายไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ

ฟุตบอล

ซึ่งแม้ว่าเจ้าตัวจะออกมาบอกว่า สโมสรเลือกซื้อแต่นักเตะ ที่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกของเขา แต่หากเปิดตัวเลขการเซ็นสัญญานักเตะเข้าทีมในยุคของเขาต้องบอกว่าใช้เงินมหาศาลกว่า 294 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 11,538 ล้านบาทเลยทีเดียว

มาลองดูกัน หากให้คะแนนในการเซ็นสัญญา ช่วงปี 2014-16 ยุคนั้นแต่ละคนจะเป็นอย่างไรบ้าง

  ราดาเมล ฟัลเกา , ยืมตัว 6 ล้านปอนด์, 2/10

    ต้องบอกว่าแฟนๆปีศาจแดง พากันตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังสโมสรสามารถเซ็นสัญญาหัวหอกโคลอมเบีย ที่ตอนนั้นเป็นฟรีเอเยนต์เข้าทีมได้ แม้จะต้องจ่ายค่าเหนื่อยเป็นจำนวนสูงมากก็ตาม แต่เจ้าตัวกลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง ลงเล่น26เกม
ยิงได้เพียง4ประตูเท่านั้น ก่อนจะย้ายออกไปอยู่เชลซี แบบกระสุนด้าน และย้ายไปโมนาโกในที่สุด

    ดาลี่ย์ บลินด์, 14 ล้านปอนด์, 5/10

    เช่นเดียวกับฟัลเกา บลินด์เข้าร่วมกับแมนฯยูฯ ด้วยความคาดหวังจากแฟนๆอย่างสูง แต่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เหมือน หลุยส์ ฟานกัล เอง ก็ยังหาพื้นที่ถนัดให้เจ้าตัวไม่ได้ ว่าจะเล่นเป็นแบ็ก หรือ กึ่งกองกลางดี ก่อนสุดท้ายก็ไปไม่รอด จนต้อง
ระเห็จออกจากทีม และไปรุ่งโรจน์กับตำแหน่งกองกลางตัวรับที่อาแจ็กซ์ นี่เอง

    มาร์กอส โรโฮ 16 ล้านปอนด์, 4/10

    โรโฮ เซ็นสัญญาเข้าทีม หลังโชว์ได้ดีในเกมฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติ อาร์เจนติน่า แต่สุดท้ายเมื่อมาอยู่กับทีม เจ้าตัวก็โดนแฟน ๆ ยูไนเต็ด ตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ ว่าสุดท้ายเจ้าตัวเหมาะจะเล่นตำแหน่งไหนกันแน่ ระหว่าง แบ็กซ้าย หรือ เซน
เตอร์ฮาล์ฟ ก่อนสุดท้ายปัจจุบัน จะโดนปล่อยยืมตัวให้กับ เอสตูเดียนเต้ ในที่สุด

    อังเคล ดิ มาเรีย,59.7 ล้านปอนด์, 2/10

    จัดเป็นคู่สูสีกับ ราดาเมล ฟัลเกา กันเลยทีเดียว เพราะแทบจะวัดกันไม่ออก ว่าสองคนนี้ ใครจะขึ้นแท่นแข้งละตินอเมริกา ที่เซ็นเข้าก๊วนแล้วผลงานหายนะกว่ากัน แรกเริ่มเดิมที แฟน ๆ ยูไนเต็ด ต่างเชื่อว่า ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตัวแทนของ คริสเตียโน่
โรนัลโด้ แต่ในความเป็นจริงพวกเขากับพบว่า แม้จริงเขาได้นักเตะระดับ เบเบ้ อีกคนเท่านั้น หนึ่งฤดูกาล กับสามประตู ก่อนเจ้าตัวจะอำลาทีมไปอยู่กับ เปแอสเช ต่อไป

   อันเดอร์ เอร์เรร่า , 28.8 ล้านปอนด์, 8/10

    แปลกที่ อันเดอร์ เอร์เรร่า ดูเหมือนจะได้รับการชื่นชมจากแฟน ๆ มากกว่าผู้จัดการในช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเจ้าตัวดูจะแตกต่างจากเพื่อนร่วมทีมรอบข้างเขา เพราะเป็นนักเตะเพียงไม่กี่คนในสนาม ที่แสดงให้เห็นแฟนๆเห็นว่า
เขาพร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อนำพาทีมกลับคืนสู่อดีตอันรุ่งโรจน์ ก่อนสุดท้ายเจ้าตัวจะย้ายไปเปแอสเชในช่วงเวลาต่อมา

    ลุค ชอว์,  33 ล้านปอนด์, 6/10

    ลุค ชอว์ ยังคงแสดงให้เห็นอยู่ ว่าตัวเขาเองพอจะมีศักยภาพที่คุ้มค่ากับค่าเงิน ที่ แมฯยูไนเต็ด จ่ายให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ในราคา 33 ล้านปอนด์ แม้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาการบาดเจ็บ และการฝึกซ้อมทำให้เขาพัฒนา โดยในวัยแค่ 24 ปี การได้เล่นทีมชาติอังกฤษ ก็ยังทำให้เขามีเวลาที่ยังพิสูจน์ตัวเองในยูนิฟอร์มปีศาจแดงได้อีกเยอะ

    วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช , 1.6 ล้านปอนด์, 0/10

    อาจจะดูรุนแรงที่จะให้คะแนนเขาที่ 0/10 แต่คงไม่เกินเลยที่จะให้คะแนนนี้ กับนักเตะที่ไม่เคยลงสนามช่วยทีมเลยแม้แต่นัดเดียว หลังทีมตกลงสัญญากับ วอจโวดิน่าแล้ว ในการยืมตัวเป็นเวลา1ซีซั่น แต่สุดท้ายเนื่องด้วยปัญหาเวิร์กเพอร์มิต ทำให้ต้องปล่อยตัวออกไป

    แซรโจ้ โรเมโร่ ฟรี 7/10

   เว็บ วิธีเล่น holiday palace บอกว่าแม้จะไม่ใช่เป็นตัวเลือกอันดับแรก แต่เขาก็ยังเป็นคู่แข่งที่สูสีกับ อันเดอร์ เอร์เรร่า ในการเป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญานักเตะที่ดีที่สุดของ ฟาน กัล เขาจัดเป็นตัวสำรองที่ไว้ใจได้สำหรับการเป็นมือสองให้ทีมต่อจาก ดาบิด เด เคอา แม้เจ้าตัวมักจะได้ลงสนามแสดงฝีมือในบอลถ้วยมากกว่าในลีกก็ตามที

   บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ , 15 ล้านปอนด์, 4/10

    หากในช่วงปี ​​2000 มีการจัดอันดับนักเตะมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลกในเวลานั้น เชื่อว่าต้องมีชื่อของ ชไวนี่ อยู่ในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การเซ็นสัญญากับยูไนเต็ด เจ้าตัวกลับประสบปัญหาเรื่องการบาดเจ็บและความฟิต ก่อนไม่ประสบความสำเร็จ และย้ายออกไปเล่นเมเจอร์ลีกกับ ชิคาโก้ ไฟร์ จนเลิก

 

ผู้จัดการทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ “ปีศาจแดง” การันตีแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟุตบอล

เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม (เมื่อวานนี้) ถือเป็นวันครบรอบ 7 ปี ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ “ปีศาจแดง” การันตีแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2012/13 เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกหนสุดท้ายของพวกเขาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้

นอกจากประสบความสำเร็จอย่างมากมายในแง่ถ้วยแชมป์แล้ว “เฟอร์กี้” ยังทำได้ดีมากๆ ในการคว้าตัวนักเตะมาเสริมทัพ ตลอดระยะเวลา 27 ปี ที่นั่งเก้าอี้กุนซือใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และนี่คือ 10 สุดยอดการเซ็นสัญญาของ เฟอร์กูสัน ในการคุมทัพของทีม ฟุตบอล  “ปีศาจแดง”

ฟุตบอล

10. ปาทริซ เอวร่า (จาก อาแอส โมนาโก เมื่อปี 2006, ค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์)

ก้าวเข้ามาเป็นตัวหลักในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้ทันที ซึ่งนอกจากช่วยทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมายแล้ว ด้วยสถิติลงเล่นรวมทุกรายการ 379 นัด ทำได้ 10 ประตู และ 40 แอสซิสต์ ตลอดระยะเวลา 8 ปีครึ่งที่อยู่กับทีม ถือว่า เอวร่า

 9. เดนิส เออร์วิน (จาก โอลด์แฮม แอธเลติก เมื่อปี 1990, ค่าตัว 625,000 ปอนด์

เป็นอีกหนึ่งแบ็กซ้ายที่อยู่ในลิสต์นี้ โดย เออร์วิน ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเตะที่มีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวามากๆ และถือเป็นอีกหนึ่งขุนพลคนโปรดของ เฟอร์กูสัน แถมเป็นผู้เล่นที่สังหารลูกจุดโทษที่ชัวร์มากๆ ด้วย และตลอดระยะเวลา 12 ปีในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (1990-2002)

 8. ริโอ เฟอร์ดินานด์ (จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2002, ค่าตัว 30 ล้านปอนด์)

ยังคงเป็นผู้เล่นกองหลัง แต่คราวนี้โยกมาเป็นเซนเตอร์แบ็ก โดย เฟอร์ดินานด์ กลายเป็นนักเตะชาวอังกฤษที่มีค่าตัวแพงสุด ตอนเก็บข้าวของย้ายจาก ลีดส์ มาร่วมก๊วน “ปีศาจแดง” เมื่อปี 2002 และด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งคงเส้นคงวา ตลอดการลงเล่น 455 นัด

 7. เนมานย่า วิดิช (จาก สปาร์ตัก มอสโก เมื่อปี 2006, ค่าตัว 7 ล้านปอนด์)

“เฟอร์กี้” ได้แสดงให้เห็นถึงสายตาอันแหลมคมในการตัดสินใจคว้าตัว วิดิช มาร่วมทีม ซึ่งตอนแรกแทบไม่มีใครรู้จักมาก่อน ขณะที่ วิดิช เองก็ใช้เวลาอยู่พอสมควรในการปรับตัว แต่หลังจากนั้นดาวเตะเลือดเซิร์บก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในสุดยอดเซนเตอร์แบ็กของโลก

 6. สตีฟ บรูซ (จาก นอริช ซิตี้ เมื่อปี 1987, ค่าตัว 825,000 ปอนด์)

ถือเป็นนักเตะคู่บุญของ เฟอร์กูสัน ตั้งแต่การคุมทัพ “ปีศาจแดง” ช่วงแรกๆ และนับเป็นนักเตะที่มีส่วนช่วยผลักดันให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรเบอร์หนึ่งของอังกฤษในยุค 90 โดย บรูซ จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ แกรี่ พัลลิสเตอร์

 5. เวย์น รูนี่ย์ (จาก เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2004, ค่าตัว 25.6 ล้านปอนด์)

ค่าตัวระดับ 25.6 ล้านปอนด์ กับนักเตะอายุเพียงแค่ 18 ปี ณ เวลานั้น ถือเป็นดีลที่แพงมากๆ ทว่าสุดท้าย รูนี่ย์ กลับกลายเป็นอีกหนึ่งสุดยอดการเซ็นสัญญาของ เซอร์ อเล็กซ์ เพราะหลังจากนั้น “รูน” กระทุ้งประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และสุดท้ายตัวเลขไปหยุดอยู่ที่ 253 ลูก (จาก 559 นัด)

 4. รอย คีน (จาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1993, ค่าตัว 3.75 ล้านปอนด์)

ยังไงก็ต้องมีชื่อของ คีน อยู่ในลิสต์แน่นอน เพราะเขาคืออีกหนึ่งสุดยอดกัปตันทีมตลอดกาลของสโมสร โดย “คีโน่” ลงเล่นให้ “ปีศาจแดง” ไปทั้งสิ้น 480 นัด ทำได้ 51 ประตู (ปี 1993-2005) คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 7 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

 3. เอริก คันโตน่า (จาก ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1992, ค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์)

แม้อยู่กับทีมแค่ 5 ฤดูกาล (รีไทร์ปี 1997) แต่ คันโตน่า เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของ “ปีศาจแดง” เพราะนอกจากเป็นผู้เปิดประตูนำความสำเร็จสู่สโมสรแล้ว ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม,

 2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อปี 2003, ค่าตัว 12.25 ล้านปอนด์)

นี่คือนักเตะที่หลายๆ คนยกให้เป็นบอร์ 1 ของโลกในยุคปัจจุบันร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ และเป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะตลอดกาล ระดับเดียวกับตำนานอย่าง เปเล่ และ ดีเอโก้ มาราโดน่า ซึ่งจริงๆ แล้ว โรนัลโด้ อาจไม่ได้อยู่ในสถานะแบบนี้

1. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล (จาก บรอนด์บี้ เมื่อปี 1991, ค่าตัว 550,000 ปอนด์)

เว็บ ag.viva9988 login บอกว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่ ชไมเคิ่ล รั้งอันดับหนึ่ง เพราะ เฟอร์กูสัน เคยพูดเอาไว้ว่า การคว้าตัว ชไมเคิ่ล สู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 550,000 ปอนด์ ถือเป็นดีลแห่งศตวรรษ ขณะที่หลายๆ คนก็ยกย่องให้ ตำนานมือกาวเลือดเดนส์คนนี้

ทีมบอล นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังจะโดนราชันแห่งทะเลทราย เตรียมเทคโอเวอร์สโมสร 

ทีมบอล

กลุ่มทุนจาก ซาอุฯ ระดับราชันแห่งทะเลทรายที่มีทรัพย์สินเป็นแสนๆ ล้านปอนด์เตรียมเทคโอเวอร์สโมสร ทีมบอล นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาเป็นของตนเอง และนี่คือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ???

นิวคาสเซิ่ล ทีมบอล ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลกว้างและเหนียวแน่นพอสมควร แถมมีความเป็นท้องถิ่นนิยมสูงมาก เพราะทั้งเมืองมีสโมสรในลีกฟุตบอลอาชีพอยู่เพียงทีมเดียวว่ากันตามตรง ทูน อาร์มี่ ที่เมืองหลวงลูกหนังมีจำนวนมากกว่าแฟนบอลของ แมนฯ ซิตี้ เสียอีก เผลอๆ ทั่วโลกก็อาจมีมากกว่าทั้งที่ไม่ได้แชมป์รายการเมเจอร์ใดๆ มาตั้งแต่ปี 1969 (ยูฟ่า คัพ เดิม)

ทีมบอล

ที่สำคัญคือส่วนใหญ่เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ไม่ได้เชียร์ตามแฟชั่น หรือเชียร์ เพราะได้แชมป์เยอะอย่างแน่นอน

เซนต์ เจมส์ พาร์ค เป็นสังเวียนแข้งที่มีขนาดใหญ่ในระดับสโมสรเป็นอันดับ 7 ของอังกฤษ (เดิมเคยเป็นอันดับ 2) ต่อจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด, ลอนดอน สเตเดี้ยม, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม, เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม, เอติฮัด สเตเดี้ยม และแอนฟิลด์     โดยมีความจุ 52,404 คน ซึ่งหากต้องการขยายเพิ่มก็ไม่น่าจะใช่ปัญหา

ถึงตอนนี้จะเล็กกว่าหลายสนาม แต่มีความสมดุลย์กับแฟนบอลที่เข้ามาเต็มสนามแน่นสนามทุกนัด ผิดกับ สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของคู่แค้นร่วมละแวกที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศเข้มขลัง และดุดัน สามารถข่มขวัญทีมเยือนได้มิใช่น้อย

จากเหตุผล 2 ข้อแรก พูดง่ายๆ ว่าสามารถเอามาทำการตลาดได้แบบสบายๆ

มูลค่าของสโมสรฟุตบอล นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านปอนด์เท่านั้นเอง (ไมค์ แอชลี่ย์ ซื้อมาในราคา 135 ล้านปอนด์)

ขอโทษ…ค่าตัวของ เนย์มาร์ กับ เอ็มบั๊ปเป้ แค่ 2 คนรวมกันแม่งยังสูงกว่าเลย ขณะที่มูลค่าของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ประมาณ 2,500-3,000 ล้านปอนด์

เพราะฉะนั้นซื้อทีมสาลิกาดงในราคานี้แล้วเอาเงินไปกว้านซื้อนักเตะระดับดาวดังมาร่วมทีมดีกว่า

หากเทคโอเวอร์ได้สำเร็จ พรีเมียร์ลีกจะมีทีมระดับพญายักษ์ที่มีลุ้นแชมป์เพิ่มมากขึ้นอันน่าจะส่งผลให้สมรภูมิแข้งแห่งนี้มีอัตราความเมามันมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับกฏ ‘ไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์’ ที่ออกมาเพื่อป้องกันการใช้เงินแบบเกินตัวของสโมสรที่มีเจ้าของร่ำรวย มันก็ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของสโมสรนั่นแหละ

อย่างไรก็ตาม

เว็บ viva9988 mobile บอกว่าในเมื่อทีมคุณดูดีมีชาติตระกูลสูงขึ้น ดาราดังมากขึ้น และมีโอกาสพุ่งชนความสำเร็จมากขึ้น ฐานแฟนบอลก็ย่อมสูงขึ้น มูลค่าทีมสูงขึ้น ความต้องการชมสูงขึ้น และสินค้าขายดีขึ้นด้วยความเป็น นิวคาสเซิ่ล รับจ่ายกับรายรับมันก็อาจไม่เหลื่อมล้ำกันมากนักเพียงแต่ความสำเร็จของ เดอะ แม็กพายส์ อาจต้องใช้เวลาสักระยะ

ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ดและ รีซ เจมส์ ตัวดาวรุ่งจากเชลซีก็มีฤดูกาลที่ดีเอามากๆ

ฟุตบอล

นับเป็นเรื่องที่น่าสบายใจสำหรับทีมชาติอังกฤษ ที่มีตัวเลือกหลากหลายในตำแหน่งแบ็กขวา แต่ใครกันล่ะคือคนที่ดีที่สุดที่จะยึดตัวจริง?เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พัฒนาขึ้นมาเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่ดีที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม อีกสองรายอย่าง อารอน วาน-บาสซาก้า จากทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด และ รีซ เจมส์ ตัวดาวรุ่งจาก เชลซี ก็มีฤดูกาลที่ดีเอามากๆ ในปีนี้เช่นกัน

ไม่กี่วันก่อน แฟร้งค์ ซินแคลร์ อดีตกองหลังทีม ฟุตบอล เชลซี เชื่อว่า เจ้าหนู เจมส์ เป็นฟูลแบ็กที่มีความสามารถรอบด้านเหนือกว่า รุ่นพี่ เทรนท์ และเชื่อว่า เจมส์ มีโอกาสจะเบียดตำแหน่งตัวจริงในทัพสิงโตคำราม ได้ในอนาคตในสกู๊ปนี้ เรามาเปรียบเทียบฟอร์มการเล่นของทั้งสามคนตลอดทั้งฤดูกาล 2019/20 ในแต่ละด้าน ซึ่งใครจะเป็นคนที่เจ๋งที่สุด แล้วคำพูดของ ซินแคลร์ มันจริงหรือไม่?

ฟุตบอล

    เรื่องเกมรับ

การเล่นเกมรับเป็นหนึ่งในเรื่องที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องได้รับพิสูจน์ในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูล ครองความยอดเยี่ยมที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2019/20 ซึ่ง เทรนท์ มีค่าเฉลี่ยปะทะบอลสำเร็จต่อ 90 นาที อยู่ที่ 1.6 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่ที่ 53.3%

รีซ เจมส์ ทำในส่วนนี้ดีกว่า เทรนท์ ซึ่งเขาปะทะบอลสำเร็จ 1.9 ครั้งต่อ 90 นาที อีกทั้งยังมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จมากกว่าอีกที่ 65.5%

มาถึง อารอน วาน-บิสซาก้า นี่คือตัวเลขที่เจ้าตัวทำไว้โดดเด่นเหนือกว่า 2 รายแรกสูงมาก 3.8 ครั้งต่อเกม และ 82.6% คือตัวเลขปะทะสำเร็จและเปอร์เซ็นสกัดสำเร็จ ตามลำดับ

ในส่วนของการตัดบอล แบ็กจากค่าย”ปีศาจแดง” ยังเด่นกว่าใครเพื่อน ทำไป 2.0 ครั้งต่อ 90 นาที ส่วน เจมส์ กับ เทรนท์ ต่างมีตัวเลขเท่ากันคือ 1.3 ครั้งต่อ 90 นาที

    การผ่านบอลและเกมรุก

ฟูลแบ็ก ในอดีตเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการเล่นเกมรับ แต่ในเกมฟุตบอลยุคใหม่ พวกเขาจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับเรื่องเกมรุก

เจมส์ มีตัวเลขผ่านบอลสำเร็จอยู่ที่ 87.0% เหนือว่าทั้ง วาน-บิสซาก้า (79.9%) และ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์(75.8)

เกมรุกของ ลิเวอร์พูล จะเคลื่อนที่โจมตีทางแนวกว้าง ซึ่งทำให้ เทรนท์ มีค่าเฉลี่ยครอสบอลถึง 7.5 ครั้งต่อ 90 นาที (ไม่รวมลูกเตะมุม)

ขณะที่ เจมส์ เป็นแบ็กขวาอีกหนึ่งคนที่มักจะเติมขึ้นไปเล่นเกมรุก ซึ่งตัวเลขการครอสบอลอยู่ที่ 5.8 ครั้ง ต่อ 90 นาที

แต่เรื่องเกมรุก สำหรับ วาน-บิสซาก้า ยังห่างไกลกว่าคิดคาดหวังไว้ ดาวเตะวัย 22 ปี มีค่าเฉลี่ยครอสบอลที่ 2.86 ครั้งต่อ 90 นาทีเท่านั้น

และมันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่ เทรนท์ จะยังเป็นคนที่สร้างโอกาสมากที่สุด(2.6 ครั้งต่อ 90 นาที) เหนือกว่าทั้ง เจมส์(1.3) และ วาน-บิสซาก้า(0.7)

อย่างไรก็ตาม เจมส์ เป็นคนที่เลี้ยงบอลได้ดีที่สุดในสามคนนั้น ด้วยการมีตัวเลขเลี้ยงบอลสำเร็จ 2.3 ครั้งต่อ 90 นาที และมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จที่ 79.3%

ซึ่งอีกสองคนที่เหลือ วาน-บิสซาก้า มาเป็นอันดับ 2 ที่ 1.7 ครั้งต่อเกม ด้วยเปอร์เซ็นต์ 68.0% ส่วน เทรนท์ รั้งท้ายด้วยตัวเลข 0.6 ครั้งที่ 37.4%

    ทำประตูและแอสซิสต์

สื่อข่าว สมัครเล่น ฮอลิเดย์ เผยว่าการมีส่วนร่วมกับประตูคือโบนัสของ แบ็กขวา และ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็จัดไป 2 ประตู กับ 12 แอสซิสต์ ในลีกปีนี้ และมีค่าเฉลี่ยทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ทุกๆ 182.1 นาที

ส่วน เจมส์ และ วาน-บิสซาก้า ยังไม่สามารถทำประตูได้ใน พรีเมียร์ลีก แต่ทาง แบ็กฝั่งเชลซี ทำประตูได้แล้วในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ลีก คัพ

วาน-บิสซาก้า ที่ลงสนามให้ ยูไนเต็ด ตลอดทั้งซีซั่น ก็ทำไป 2 แอสซิสต์ และมีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงทุกๆ 1,180.5 นาที

ด้าน เจมส์ ทำได้ 2 แอสซิสต์ โดยมีตัวเลขการมีส่วนร่วมกับประตูทุกๆ 534 นาที