ฟุตบอล

หนึ่งในประโยคอมตะของนัก ฟุตบอล บิลล์ แชงค์ลี่ย์ พูดเอาไว้ว่าผมเคยเข้าใจเหมือนหลายๆ คนว่ามันหมายถึงเรื่องความเป็นความตาย กระทั่งพี่หมวยมาเฟียรี่เรียกไปอธิบายให้ฟังว่า คำว่า a matter of life and death เป็นสำนวน ไม่ได้มีความหมายรุนแรงระดับความตายอะไรอย่างนั้น

 ถ้าจะหาคำให้ใกล้เคียงหน่อยก็คงเป็น เรื่องคอขาดบาดตาย หรือเรื่องที่สำคัญมากๆมันเป็นบริบทคล้ายๆ กันนั่นล่ะครับ คือหมายถึงเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพียงแต่ถ้าเราแปลคำว่า death ตรงตัวมันก็คือความตาย ซึ่งความรุนแรงจะหนักกว่ามากเพราะในชีวิตจริงคงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความตายหรือชีวิตคนหรอก แม้กระทั่ง ฟุตบอล ที่เรารักอย่างลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณ
ฟุตบอล

ผมชอบคำพูดของแชงค์ลี่ย์ประโยคนี้มาก มันทรนงองอาจและประกาศตัว ยืนยันถึงความอุทิศตนที่มีให้กับฟุตบอล มันสำคัญจริงๆ ในระดับนั้น เรื่องคอขาดบาดตายอะไรก็ไม่สำคัญเท่า

หากคงต้องเว้นเรื่องของชีวิต ความสูญเสีย และความตายเอาไว้ มันคือเรื่องที่ใหญ่กว่า

ก็อย่างที่แถลงการณ์ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าเอาไว้นั่นล่ะครับ ณ เวลานี้ฟุตบอลเป็นเรื่องรอง สุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนมาเป็นลำดับแรก

สำหรับลิเวอร์พูลและตำแหน่งแชมป์ลีกที่รอคอยมา 30 ปีของพวกเขา..

ตราบใดที่แต้มยังไม่ขาดในทางทฤษฎี คุณไม่อาจอ้างความชอบธรรมในการเป็นแชมป์ได้เลย

เว้นเสียแต่ว่าเพื่อนร่วมอาชีพจะเห็นพ้องต้องกันว่าคุณสมควรได้รับมันแม้มีเหตุไม่คาดฝันทำให้การแข่งขันไม่สามารถจบลงได้

เพราะเมื่อข่าวโควิด-19 หนักขึ้นเรื่อยๆ มันก็ชวนให้บรรยากาศรอบตัวหม่นหมองไปด้วยเรื่อยๆ เช่นกัน

มันหงอยเหงา ไม่มีอารมณ์ร่วมในเชิงเฉลิมฉลองเลยสักนิด ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันควรจะเป็นฤดูกาลที่เปล่งประกายเจิดจรัส แฟนบอลตั้งหน้าตั้งตารอเสียงนกหวีดสุดท้ายที่ยืนยันว่าแต้มขาดลอย

ความอัดอั้นที่สั่งสมมาเป็นปี บางคนสิบกว่าปี บางคนยี่สิบกว่าปี หลายคนสามสิบปี จะได้ระเบิดอย่างปลดปล่อย ทะลักทลายออกมาให้หมด

ข่าวสารต่างๆ หลั่งไหล มีเบื้องลึกเบื้องหลังให้ตามกันเพียบ บทสัมภาษณ์จากผู้คนในวงการ ผู้คนนอกวงการ สกู๊ปพิเศษเจาะลึกแง่มุมทั้งหลายของ 30 ปีที่รอคอย

เพาะบ่มแพสชั่นไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ ความตื่นเต้นทวีขึ้นทุกที นับถอยหลังกันอย่างเอิกเกริก จาก 2 นัด เหลือ 1 นัด แล้วก็ระเบิดตูม.. เป็นแชมป์ ดีใจกันอย่างบ้าคลั่ง แฟนบอลแห่กันออกมาตามท้องถนนเต็มเมืองลิเวอร์พูล กองเชียร์หงส์แดงครึกครื้นถ้วนหน้า เป็นเทศกาลรื่นเริงของแฟนหงส์ทั่วโลก

มันต้องเป็นอย่างนั้นสิครับ ภาพที่เกิดขึ้นมันควรจะเป็นอย่างนั้นถึงจะสมกับความเป็นจริง

ก็ได้แต่เสียดายว่ามันคงจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้เพราะอารมณ์ที่ล้อมรอบอยู่นั้นไม่เอื้อ ด้วยใจยังปกคลุมไปด้วยภาพความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นจากโควิด-19

เมื่อสถานการณ์ของโลกเป็นอย่างนี้ เดอะค็อปก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ เหมือนที่ไม่อาจเลือกธรรมชาติที่อยากให้เป็นได้

นึกย้อนไปถึงคนที่เกิดในยุคมืด ยุคกลาง ยุคล่าแม่มด ยุคเหยียดผิว ยุคสงครามโลกทั้ง 2 ครั้งดูก็ได้ว่าชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นน่าเห็นใจขนาดไหน อิสระในการใช้ชีวิตถูกจำกัดเพียงใด

แต่ก็อย่างที่พูดไปล่ะครับ ถ้าแต้มยังไม่ขาดแล้วสถานการณ์เป็นแบบนี้ เราคงห้ามใครที่คิดต่างไม่ได้ เพราะเขาก็มีเหตุผลของเขา มีตรรกะความคิดของตัวเอง

ผมคิดว่าแฟนบอลส่วนใหญ่พร้อมจะยินดีกับลิเวอร์พูลในฐานะแชมเปี้ยนส์ 2019/20 ถ้าต้องมีการลงมติจริงๆ แล้วผลออกมาเป็นคุณแก่หงส์แดง

ทั้งยังพร้อมจะเห็นใจถ้าผลออกมาตรงกันข้าม คงไม่ต้องบอกเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้น

แต่ก็อย่าลืมเผื่อใจเอาไว้บ้าง เรื่องบางเรื่องแค่ความเห็นใจหรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีหลักการ มีเหตุผลรองรับในภาพของสังคมวงกว้างด้วย

เพราะเราคงบังคับให้ทั้งลีกหมุนรอบตัวเราเพียงทีมเดียวไม่ได้ สมมติว่าต้องมีการลงมติกันจริงๆ เราควรยอมรับมันไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ในความคิดของผม ผมคิดว่าลิเวอร์พูลยังมีโอกาสเป็นแชมป์มากกว่าไม่ได้เป็นแชมป์ถ้ากลับมาเตะกันต่อได้ ก็แชมป์แน่ๆ

ถ้ากลับมาเตะกันต่อไม่ได้ ก็อาจมีการตัดจบแล้วลงเสียงในหมู่สมาชิกถึงหัวข้อต่างๆ ตำแหน่งแชมป์ พื้นที่ยุโรป ทีมตกชั้น ทีมเลื่อนชั้น ฯลฯ ซึ่งหัวข้อแชมป์ผมมองว่าโอกาสที่มติจะออกมาเป็นยกแชมป์ให้ลิเวอร์พูลมีความเป็นไปได้มากที่สุด

หรือต่อให้มันเป็นกรณีที่เลวร้ายสุดขีดจริงๆ คือให้ทุกอย่างเป็นโมฆะ ลบทิ้งหมด ผมก็เฉยๆ กับมันมากมากจนรู้สึกแปลกใจตัวเองว่านี่เราไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยหรือ ทบทวนดูอีกทีก็พบว่าใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยถ้าฤดูกาลจะเป็นโมฆะและทีมไม่ได้เป็นแชมป์

เกมแล้วเกมเล่าที่ได้เห็นพวกเขาสู้จนถึงที่สุด ไม่เคยยอมแพ้เลยจนหยดสุดท้าย สร้างผลงานชนิดที่เป็นปรากฏการณ์ไม่เคยมีมาก่อน

เมื่อรวมกับช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ล้มลุกคลุกคลานต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ มากมาย ร้อยความเจ็บช้ำ พันความเจ็บปวดก็ผ่านมาด้วยกัน

เพาะบ่มมาจนมีวันนี้.. วันที่เป็นแชมป์โลก แชมป์ยุโรป และว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ทิ้งอันดับสอง 25 คะแนน ต้องการชนะอีกแค่ 2 เกมจาก 9 นัดที่เหลือ

มีฝ่ายบริหารที่ดี มีโค้ชที่ประเสริฐ มีนักเตะที่ยอดเยี่ยม มีกลุ่มแฟนบอลที่ยังคงความเป็นเลิศแล้วผมยังจะต้องการอะไรมากไปกว่านี้อีกโทรฟี่แชมป์? แน่สิครับ ผมอยากเห็นเราได้ชูมัน

งานฉลองแชมป์? ก็แน่อีกนั่นแหละ ขบวนแห่อลังการเมื่อปีที่แล้วยังตราตรึงอยู่เลย แต่ชีวิตมันก็แบบนี้ บางทีมันก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด เหมือนที่มีคำพูดบอกว่า ความแน่นอนที่สุดก็คือความไม่แน่นอน

มองเอาขำมันก็เป็น แรร์ไอเท็ม แชมป์แบบนี้หายาก คือแชมป์แน่ๆ แต่ก็มีอะไรมาขัดขวางตลอดเส้นทาง สงครามโลกเอย อุกกาบาตเอย ไวรัสบ้าบอเอย (เอาที่สบายใจเลย)

มองแบบไม่ขำ ลิเวอร์พูล 2019/20 สอนให้ผมเข้าใจถึงชีวิต มีขึ้น มีลง มีช่วงเวลาที่ดีและย่ำแย่ มีสูงสุดคืนสู่สามัญ มีความไม่แน่นอนจากสถิติทั้งหลายที่เตรียมทำลายให้ราบกลายเป็นหมุนเคว้ง แพ้เกมแรกในลีกและตกรอบบอลถ้วย 2 รายการภายในเวลาไม่กี่วัน

ก็นั่นล่ะ ความเป็นไปของชีวิต เราควรจะอดทน รอคอยโอกาสและยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคทั้งหลายด้วยทัศนคติที่ดี

มองกีฬาเป็นกีฬา ไม่ใช่เห็นใครเป็นศัตรูที่กูต้องอาฆาตไปทั้งหมด คนอื่นผิดหมดกูถูกคนเดียว ทีมอื่นห่วยหมดทีมกูเก่งอยู่ทีมเดียว กองเชียร์ทีมอื่นกระจอกหมดพวกกูเจ๋งอยู่พวกเดียว

แฟนบอลก็ได้มีเวลาทบทวนตัวเอง ลองย้อนมองดูว่าเราทำอะไรที่ล้ำเส้นเกินไปบ้าง

 

เราอยู่เคียงข้างเขา ฉุดมือดึงขึ้นให้สู้ต่ออย่างที่เราร้องเพลงที่เราภูมิใจหรือเปล่าใช่เรื่องที่จะต้องโกรธแค้นชิงชัง เพราะมึง เป็นเพราะมึง เป็นเพราะมึง ทีมถึงแพ้ ทีมถึงตกรอบ ไหม

เราบอกว่าก็เพราะเราเสียใจไง เราผิดหวังที่ตกรอบไง แล้วเขาที่รู้ตัวดีอยู่เต็มอกว่าเป็นคนทำผิดพลาดให้ทีมแพ้ไม่เสียใจอย่างนั้นหรือ หรือว่าเสียใจน้อยกว่าพวกเรา ไม่รู้สึกรู้สา

เราเจ็บปวดกว่าเขาหรือ เขาไม่เจ็บปวดหรือ ความเจ็บปวดของเราใหญ่กว่าเขาใช่ไหมผมไม่คุยถึงประเด็นอาเดรียนหลังเกมกับแอตเลติโก มาดริด เพราะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา คนที่เข้าใจก็เข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจก็ยังคงไม่เข้าใจ

ก็มันพลาดจริงๆ นี่ ก็มันเป็นจุดเปลี่ยนจริงๆ นี่หว่า แตะต้องไม่ได้เลยใช่ไหม ทำพลาดแล้วด่าไม่ได้เลยเหรอ โลกสวยเหลือเกิน พูดเอาหล่อ

โยนความผิดให้เขา ด่าเขา สาปแช่งเขา ถอนหายใจใส่ราวกับเขาเป็นตัวน่าขยะแขยง เป็นตัวหายนะ งี่เง่า มาเล่นให้เราได้ยังไงวะ

เข้าใจว่าเป็นอารมณ์ในตอนนั้น ถ้าใครที่จางหายไปอย่างรวดเร็วก็ดี แต่กับบางคนวันรุ่งขึ้นของอีกวันและอีกวันและอีกวันก็ยังไม่คลายความเกลียดชังและกล่าวโทษเขา

คงจะลืมไปแล้วว่าฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม ชนะด้วยกัน แพ้ด้วยกัน แล้วคนที่ลงเล่นก็คือคนที่ผู้จัดการทีมเลือกเอง เราจึงไม่เคยเห็นคล็อปป์วิจารณ์ลูกทีมคนไหนเลยในความผิดพลาดร้ายแรง

ไม่ดีพอคือไม่ดีพอ ผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินเอง จบฤดูกาลไม่ต่อสัญญา ปล่อยตัว ซื้อคนใหม่ แยกจากกัน มันก็เท่านั้น วิถีของนักฟุตบอลอาชีพ

เหมือนที่คล็อปป์ปล่อย คาริอุส ออกจากทีม มันก็เป็นแบบนั้น มองย้อนกลับไปในวันนั้นอีกทีว่าแล้วเรา You’ll never walk alone กับ คาริอุส หรือเปล่าหลังเกมนัดชิงกับเรอัล มาดริด 2018..

ช่วงเวลาระหว่างนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ได้อยู่กับครอบครัวมากขึ้น ได้ทำอะไรอย่างอื่นบ้างในช่วงสุดสัปดาห์ที่ปกติชีวิตจะมีแต่ฟุตบอลและฟุตบอล

ผมไม่ได้องุ่นเปรี้ยว ฤดูกาลนี้ผมมีความสุขกับลิเวอร์พูลทีมรักอย่างที่สุดจนพ้นคำว่าต้องได้ชูถ้วยแชมป์ไปแล้ว

ได้ก็ดี.. ถ้าโชคร้ายไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลย ตกลงว่าอย่างไรก็ยอมรับอยู่แล้ว

เพราะความสุขของผมเกิดขึ้นไปแล้ว ผมแค่บอกกับตัวเองว่าเราได้เห็นฤดูกาลที่น่าเหลือเชื่อที่สุด ผู้จัดการทีมที่ดีที่สุด ทัพนักเตะที่น่าชื่นชมที่สุด

สำหรับเว็บ สมัคร holiday palace บอกว่างานนี้ทีมบอลต้องได้แชมป์ไปแล้ว ตราตรึงอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครขโมยความรู้สึกของผมตรงนั้นไปได้

ขอบคุณคล็อปป์และลูกทีมที่นำพาความสุขมาให้ ผมจะดื่มด่ำกับมัน รอลุ้นให้ฤดูกาลได้แข่งกันต่อเมื่อวันที่ 3 เมษายนมาถึง และขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วย