ทีมบอล

โดยดารเเข่งในครั้วนี้ทาง ทีมบอล ลิเวอร์พูล จะต้องพ้นช่วงวิกฤตของ โม ซาลาห์ แล้วหรือยัง แต่…การยิงลูก 2-1 มีส่วนให้ลิเวอร์พูลเก็บ3 แต้ม นับว่ามาได้ถูกจังหวะเวลาอย่างยิ่งไม่ยิง 8 นัดต่อกันแล้วมายิงเกมสำคัญเกมนี้ ส่งผลให้สกอร์รวม 50 ลูกในพรีเมียร์ลีก ทำประตูด้วยตัวเลขที่เร็วกว่าอดีตกองหน้าหงส์ทุกคน  โดยเฉพาะยุคพรีเมียร์ลีกนี่ โม ซาลาห์ คืออันดับหนึ่ง

 ในการเเข่งครั้งนี้ ทีมบอล ได้ลงเล่นไป 69 นัดยิง 50 ลูกเร็วกว่า…ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกนั้น โม มาอันดับสาม ต่อจาก อลัน เชียเรอร์ 66 นัด ยิง 50 ลูก รุด ฟาน นิสเตลรอย 68 นัด ยิง 50 ลูก

นี่ถ้า โม ไม่ฝืดใน 8 นัดก่อนหน้านี้ เขาน่าจะแซง RVN แน่นอน

ทีมบอล

แน่นอนครับ….อาการฝืดและการเล่นของเขา 7-8 นัดก่อนหน้านี้ โดนวิจารณ์เละ หลายคนเรียกร้องให้ “ดร็อป” จากตัวจริง เผื่อจะดีขึ้น มั่นใจขึ้น

JK ไม่สนการเรียกร้องและเสียงวิจารณ์ ยังมั่นใจลูกทีมคนนี้ เหมือนที่เขาบอก โม ซาลาห์ เมื่อปีที่แล้วว่า  ซื้อมายิงประตู ไม่ใช่แอสซิสต์

ผลคือยิงกระจายปีก่อน ทำให้ปีนี้งานยากขึ้น มาตรฐานตกลงไปจากเดิม

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่….สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ

1 โม ซาลาห์ ไม่ใช่ศูนย์หน้าอาชีพ วิญญาณเพชรฆาตมีไม่มาก สังเกตการยิงของเขาคือ จังหวะ หลุดเดี่ยว สวนกลับ ยิงเล่นทาง ปั่นโค้ง สวยงาม แต่การยิงแบบโป้ง ปิดบัญชีคมๆ หนักๆ นั้นไม่เห็น

2 อะไรทำให้ JK มั่นใจเลือกเขาเป็นตัวจบสกอร์ มากกว่า ปีกจอมแอสซิสต์

3 โม ซาลาห์ ต้องยืนระยะให้ได้ ผมว่าข้อ 2 และข้อ 3 นี่น่าสนใจมากๆ และมันได้ทำให้เห็นว่า…JK คือโค้ชที่ มีมุมมองแตกต่างจากหลักการและศาสตร์ฟุตบอล

เอาปีกมาเป็นตัวยิง…ซะงั้น ไม่ว่าเขาจะดื้อเพื่อพิสูจน์อีโก้และแนวคิดตัวเองอย่างไร ในแง่ของการapply ศาสตร์ฟุตบอล ย่อมถือว่ายอดเยี่ยม

ไม่ใช่กางตำราแล้วทำตามนั้น…พอตำราไม่บอก  แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ดัดแปลงไม่เป็น  จนกลายเป็นโค้ชวิชาการไป…

โอเค…วันนี้แฟนหงส์ชื่นมื่นกับชัยชนะต่อนักบุญ รวมทั้งการกลับมายิงประตูของ โม ซาลาห์

นับจากนี้…หากคาดหวังที่จะยกระดับของเขาขึ้นสูงไปอีก เทียบเท่ากลุ่มนักเตะอย่าง รอบบี้ ฟาวเลอร์ , ไมเคิ่ล “ใครอะ”

และดาวยิงระดับตำนานอย่าง เอียน รัช และ เซอร์ โรเจอร์ ฮันต์ โม ซาลาห์ ต้องยืนระยะให้ได้ ในการลั่นไกสังหาร

  นี่พึ่งปีสองในการผันตัวเองมาเป็นดาวซัลโว มีสถิติจากสำนักข่าวบีบีซี รวบรวมมาน่าสนใจครับ…

โดยเว็บ สมัคร holiday palace เผยว่าเกมการเเข่งที่สูสีแล้วต้องการนักเตะสักคนที่สร้างความแตกต่าง ไม่ว่าเจอกับบิ๊กทีมหรือทีมระดับอื่นๆ ก็ตาม เกมแบบนี้….ซาลาห์ ต้องมา

โอเคครับ…แม้จะเป็นปีก…แต่เมื่อยิงได้เยอะขนาดนี้ เขามีโอกาสพัฒนาเป็นดาวยิงระดับโลกได้ เหมือนนักเตะอย่าง เลโอ เมสซี ที่เริ่มคือปีกริมเส้น ก่อนเป็นดาวยิงที่สุดยอดของโลก หรือคริสเตียโน โรนัลโด ที่เป็นปีกจอมสับ กลายเป็นดาวยิง…ในวันนี้

โม ซาลาห์ มีโอกาสนั้นแล้วครับ โดยเฉพาะอีก 5 นัดที่เหลือ…ถ้าเขามีส่วนในการจบสกอร์…แล้วทำให้ทีมเก็บชัยชนะรวมทั้งมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์กับสโมสร

เขาน่าจะย่างเท้าก้าวเข้าไปในพรมแดนของคำว่า “ระดับโลก”  โดยยืนอยู่ใกล้ๆกับชื่อของ เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด

เพียงแต่ ตอนนี้…โม ซาลาห์ กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น จากปีกริมเส้นที่จะกลายเป็น “ยอดดาวยิง”