เล่นฟุตบอล

อาการน่าเป็นห่วงขึ้นเรื่อยๆ นะครับสำหรับการ เล่นฟุตบอล ในครั้งนี้ ทางโมฮาเหม็ด ซาลาห์ล่าสุดยิงไม่ได้ 7 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้วในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาอันยาวนานมากที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาสวมเครื่องนุ่งห่มหงส์แดงเลยทีเดียว นอกจากนี้ใน 10 เกมล่าสุดที่ลงสนามทุกรายการก็ดันทำได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น

ย้ำอีกครั้งว่าทำได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ชัดเจนว่านาทีนี้กำลังฟอร์มตกอย่างจงหนักเมื่อสังเกตจากฟอร์มการ เล่นฟุตบอล บนฟลอร์หญ้าก็สามารถมองออกด้วยตาเปล่าว่า…ไม่เหมือนเดิมหลักฐานสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านมองเห็นภาพที่คมชัดเกิดขึ้นในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้

เล่นฟุตบอล

พี่แกมีโอกาสสับไกยิงแบบไม่ได้รับอนุญาตให้พลาด 2 ครั้ง หากเป็นซีซั่นที่แล้ว บอกได้เลยครับว่า ”ไส้แตก” แน่นอน หรืออย่างห่วยแตกที่สุดก็ควรยิงได้สัก 1 ประตู แต่กลับเอามันไปยัดลงโถส้วมที่กูดิสัน พาร์ค แล้วกดชักโครกทิ้งแบบไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

จากที่เคยฉีกคู่แข่งเหมือนฉีกกระดาษ ด้วยการเลี้ยงกินตัวคู่แข่งแบบเอนจอยรูปาก และจากที่ตะบันยิงอย่างไรก็พุ่งเข้าไปตุงตาข่าย กลายเป็นอาการติดๆ ขัดๆ อย่างไรพิกล

อะไรที่เคยทำได้อย่างราบรื่นก็ไม่ราบรื่นเหมือนเดิม จนนำมาซึ่งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับดาวเตะวัย 26 กะรัตผู้นี้ ???อืมมมมมม…นะก่อนอื่นขอนำทุกท่านย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หลังจากเลื้อยตูดตัวเองมาจากโรม่า มาใหม่ๆ ด้วยค่าตัวประมาณ 34 ล้านปอนด์

แรกทีเดียวคงไม่มีใครคาดคิดหรอกครับว่าดาวเตะอียิปต์ผู้นี้จะสถาปนาตัวเองเป็นดาวถล่มประตูตีนระดับพระกาฬผู้เดินทางมาขย่มพรีเมียร์ลีก

บัดดล! เหมือนใครเอาไฟไปจุดใส่ตีนของคุณพี่เขา ว่าแล้วกระหน่ำประตูแบบระห่ำโคตรโหดแบบไม่ปรานีใครไปทั้งหมดถึง 44 ดอก โดยแบ่งเป็นการยิงในพรีเมียร์ลีก 32 ประตู

พลางกระทืบสถิติของสุดยอดดาวยิงคนเก่าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ (31 ประตู) และ เฟร์นานโด ตอร์เรส (33 ประตู) จนสิ้นซาก ทั้งที่ไม่ใช่หัวหอกตัวเป้าผู้มีหน้าที่ถล่มตาข่ายโดยตรงซะด้วย

มิเท่านั้นยังอหังการถึงขั้นทำลายสถิติถล่ม 42 ประตูในฤดูกาลเดียวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตอนอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ด อีกต่างหาก

ลงเล่น 52 นัด ยิง 44 ประตู ค่าเฉลี่ยคือ 0.84 ประตูต่อนัดเรียกว่าเป็น ”ปรากฏการณ์” เลยทีเดียว ส่วนแถวบ้านผมอุทานว่า ”บ้าไปแล้ว”

มันคือความยอดเยี่ยมนะครับ เพียงแต่ในอีกมุมหนึ่ง มันกลับกลายเป็นการสร้างมาตรฐานของตัวเองที่สูงจนเกินไปกว่าที่จะเอื้อมถึงอีกครั้งมันจึงนำมาซึ่งข้อเปรียบเทียบแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

เจ้าของสมญา ”เดอะ ฟาโรห์” ถูกจับจ้องอย่างจงหนักว่าจะทำได้เหมือนกับฤดูกาลที่แล้วหรือใกล้เคียงกับของเดิมหรือเปล่า?

นี่แหละคือ…ความกดดัน ฤดูกาลนี้ โม ซาลาห์ เปิดตัวตอนต้นฤดูกาลแบบไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ 11 นัดแรกที่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลในทุกรายการ ซัดไปแค่ 3 ประตูเท่านั้นเอง

…ว่าแล้วก็ถูกตราหน้าด้วยภาษาอังกฤษว่า ”One Season Wonder” คำนี้แปลงโวหารเป็นไทยประมาณว่า ”มหัศจรรย์ฤดูกาลเดียว”

เข้าใจไหมครับ สรุปว่ามึงไม่ได้เก่งจริงนี่หว่า คือมันเป็นแค่ความมหัศจรรย์ ด้วยจังหวะและเวลาที่ลงตัวทุกอย่างซะมากกว่า แต่ในระยะยาวกลับตกต่ำกว่ามาตรฐานเดิมอย่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวละ 3 บาท เพราะการสถาปนาตัวเองเป็นสุดยอดดาวถล่มประตูตัวจริง มันต้องดูกันยาวๆ ไม่ใช่ประเดี๋ยวประด๋าวแค่ฤดูกาลแรกเพียงฤดูกาลเดียว

ขณะเดียวกัน มันอาจเป็นการด่วนตัดสินไปหน่อยว่าเขาจัดเป็นผู้เล่นในประเภทนั้น เพราะหากย้อนกลับไปดูสถิติในฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้หงส์แดง คุณจะพบว่า โม ซาลาห์ ก็ไม่ได้เปิดตัวด้วยความเร็วแรงแบบทะลุนรกและกะซวกทุกอย่างที่ขวางหน้า โดย 13 นัดแรก ทำได้ 6 ประตู

3 ประตูจาก 10 นัดแรก ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งแฟนหงส์เองก็คงไม่ได้หวังสูงถึงขนาดต้องยิงได้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมอยู่แล้ว เพราะมาตรฐานเดิมมันสูงลิบลิ่ว

แถมต้องไม่ลืมด้วยว่าเขากลับมาพร้อมอาการหลอนที่หัวไหล่ ซึ่ง เซร์คิโอ รามอส เป็นผู้มอบให้ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกตามประวัติบอกว่าฟอร์มการถล่มตาข่ายของ โม ซาลาห์ จะมาติดเอาในช่วงกลางๆ ฤดูกาล

เช่นกันกับซีซั่นนี้ที่หลังจากเปิดตัวไม่ค่อยโสภาและสถาพรสักเท่าไหร่ ต่อเมื่อเครื่องติดแล้วก็เหมือนจะหยุดไม่อยู่แม้นจะทำได้เพียง 3 ประตูในช่วง 10 นัดแรก ทว่า 12 เกมต่อมา เขาก็ติดเครื่องจนกระทุ้งไปถึง 10 ประตูเลยทีเดียวเชียว

ช่วงนั้นแหละที่ทะยานขึ้นมาขับเคี่ยวกับ กุน อเกวโร่ และ แฮร์รี่ เคน ในทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกพลางเอาตีนลูบหน้าไอ้พวกที่บังอาจมาปรามาสว่าเป็น ”วัน ซีซั่น วันเดอร์” พร้อมฝากคำว่า ”พ่องงงงตาย”

ดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการถล่มประตูอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม แถมฟอร์มการเล่นของหงส์แดงก็ร้อนแรงแบบสุดฤทธิ์สุดเดชกระทั่งเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่พลิกกลับมาเชือดคริสตัล พาเลซ 4-3หลังจากนั้นก็เริ่มมีปัญหาในการล่าตาข่ายอีกครั้ง

เพราะในอีก 10 นัดต่อมาดันคลำเป้าเจอแค่ครั้งเดียว…ซะอย่างนั้น!ซีซั่นปัจจุบันถึงตอนนี้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 39 นัด ยิงได้ 20 ประตู ค่าเฉลี่ยคือ 0.51 ประตู ต่อ 1 นัด

ตกจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 0.84 ประตู ต่อ 1 นัดไปเยอะเลย

ตำแหน่งประจำคือกองหน้าขวาในระบบ 4-3-3 สไตล์การเล่นอันเป็นจุดเด่นคือการลากตัดเข้าด้านในแล้วสับไกยิง ซึ่งเคยหวังผลได้สูงมาก พอมาซีซั่นนี้เขาจะถูกคู่ต่อสู้บีบให้ออกไปด้านกว้างมากขึ้นและพยายามลงมาซ้อนหลายๆ ชั้น เพื่อไม่ให้มีทั้งพื้นที่และเวลาในการสับไกง่ายๆ

บางนัดก็ต้องสวมบทศูนย์หน้าตัวเป้าในระบบ 4-2-3-1 แน่นอนว่าด้วยตำแหน่งการเล่นเอื้อให้มีโอกาสยิงมากขึ้น กระนั้นก็ถูกคู่แข่งรุมประกบติดแบบไม่ยอมให้กระดิกเช่นกัน

ไหนจะฟอร์มการเล่นที่ตกลงไป แล้วไหนคู่แข่งจะระมัดระวังมากขึ้น มันเลยยิ่งเป็นแรงบวกไปกันใหญ่

ในสถานการณ์นี้ที่กำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ กันอย่างเมามัน ขอบอกว่า ”หงส์แดง” ต้องการเครื่องจักรถล่มประตูคนเดิมกลับมาโดยด่วนนะครับ

อย่างไรก็ตาม

ในช่วงที่ดาวถล่มประตูตีนพระกาฬคนเดิมถูกเอเลี่ยนลักพาตัวไป ลิเวอร์พูลยังพอถูๆ ไถๆ เอาตัวรอดไปได้ในแต่ละนัด ประกอบกับมีนักเตะอีกคนของลิเวอร์พูลที่ระเบิดฟอร์มกระฉูดขึ้นมาพอดี

ซาดิโอ มาเน่ ครับ ซาดิโอ มาเน่

ฟอร์มการระเบิดตาข่ายของดาวเตะเซเนกัลผู้นี้กำลังร้อนแรงแบบเกินห้ามใจจริงๆ นะครับ

11 นัดล่าสุดในทุกรายการ พี่แกกระทุ้งไป 11 ดอก

เรียกว่าสามารถทดแทนกันได้แบบไม่เหลื่อมล้ำประหนึ่งควบควายธนูมากอบกู้ในสถานการณ์ที่บีบหัวใจแบบนี้พอดีเลย

เบื้องต้นจากการฟอร์มตกของ โม ซาลาห์ – ลิเวอร์พูลจึงไม่ถือว่าเสียหายสักเท่าไหร่ อย่างน้อยมีคนมายิงแทนในจังหวะที่ตัวเองปืนฝืดพอดี

ทีนี้ทางเว็บ ทางเข้าเกม holiday บอกว่าคิดดูนะครับว่าถ้าดาวเตะผู้ได้ชื่อว่าเป็น ”เจ้าชายแห่งอียิปต์” กลับคืนฟอร์มใกล้เคียงกับฤดูกาลที่แล้ว มันจะน่าสยดสยองขนาดไหน

คำถามคือแล้วเขาจะคืนฟอร์มทันเวลาหรือเปล่า ???อนึ่ง ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว โม ซาลาห์ ฟอร์มกระฉูด โดย 8 นัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ยิงได้ 8 ประตู

อันนี้ก็ไม่รู้สินะ – ที่แน่ๆ คือเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำการดร็อป โม ซาลาห์ ออกจากตำแหน่งตัวจริงแล้วให้ เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อค โอริกี้ หรือ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ รวมถึง อดัม ลัลลาน่า ออกสตาร์ตแทนบ้างแล้ว

อาการฟอร์มตกของนักเตะโดยส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของสภาพจิตใจนะครับ หากปลดล็อกให้ตัวเองด้วยการกลับกะซวกตาข่ายได้อีกครั้งเมื่อไหร่ บางทีความมั่นใจอาจก็จะคืนกลับมา

เพราะฝีเท้าหรือความสามารถ มันบรรจุอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว ไม่หนีไปไหน แถมดาวเตะทุกคนในโลกและดาวอังคารย่อมมีช่วงดาวพุธถอยหลังด้วยกันทั้งนั้นแบบไม่มีข้อแม้ฉะนั้น & ฉะนี้ มันก็คงตอบไม่ได้หรอกครับว่า โม ซาลาห์ จะกลับมาทันเวลาหรือเปล่า

บางทีเขาอาจจะเตลิดเปิดเปิงออกอ่าวออกทะลไปไกลจนหาทางกลับเข้าฝั่งไม่เจอ…ก็…เป็น…ได้ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังเกตจากฟอร์มการเล่นของเขาในเกมล่าสุดที่ยังไม่กระเตื้องขึ้นสักเท่าไหร่ ขนาดเจอคู่แข่งอย่างฟูแล่มที่เกมรับบัดซบตบชักสิ้นดี

หรือบางทีมันอาจขึ้นอยู่กับคนบนฟ้า หากพระเจ้าอยากให้โลกเกิดความไม่สงบสุข เอ๊ย! ไม่ใช่ โทษๆๆๆ หากพระเจ้าอยากให้ลิเวอร์พูลสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดอีกครั้งบางทีเครื่องจักรถล่มประตูคนเดิมอาจจะกลับมาแบบดื้อๆ เหมือนตอนที่ถูกลักพาตัวไปนั่นแหละ